“มาตรการควบคุมพื้นที่ กิจกรรม/กิจการของ ศบค.ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ กกร. หรือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยปีที่ 2 และมีผลกระทบจากการยกระดับ และขยายพื้นที่ล็อกดาวน์ที่ได้สร้างความเสียหายทางเศษฐกิจกว่า 4 แสนล้านบาท” นายสุชาติ ระบุ
รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ยังกล่าวเสริมอีกว่า มาตรการดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การวิ่ง การเดินในสวนสาธารณะ และภาคเอกชน ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสนามกีฬากลางแจ้ง รวมถึงทางผู้ประกอบการสนามเทนนิส และสนามกอล์ฟ ที่ต้องปิดการให้บริการกับประชาชน
ทั้งนี้ การออกกำลังกายกลางแจ้ง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกีพากอล์ฟ ซึ่งมีพื้นที่กว้าง อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทได้ดี มีลมพัดช่วยลดจำนวนเชื้อโรคในอากาศอย่างรวดเร็ว และแสงแดดช่วยให้ผิวหนังสร้างวิตามินดี ซึ่งการปิดสนามกอล์ฟ ตามมาตรการดังกล่าวลดการแพร่ระบาดได้น้อยมาก ตามคำแนะนำของ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังไม่เคยปรากฎว่า สนามเทนนิส หรือสนามกอล์ฟ เป็นแหล่งคลัสเตอร์ของการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 แต่อย่างใด หากมีการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบการเปิดให้บริการตามปกติโดยมีเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม จะเป็นการกระตุ้นเศษฐกิจอีกทางหนึ่ง