เชียงใหม่ – แรงงานรับจ้างเก็บลำไยขอขึ้นทะเบียนแล้ว 21,408 ราย ย้ำให้ทำตามมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อกำหนด หากเคลื่อนย้ายไปต่างพื้นที่ต้องแจ้งเกษตรอำเภอ หรือฝ่ายปกครอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

วันที่ 5 สิงหาคม 2564 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดคลัสเตอร์การระบาดในสวนลำไย ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด–19 สำหรับเกษตรกรชาวสวนลำไย ผู้ประกอบการกิจการรับซื้อลำไยและผู้รับจ้างเก็บลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในกลุ่มเกษตรกรลำไย โดยให้เกษตรกรรับจ้างเก็บลำไยมาขึ้นทะเบียนแรงงาน ล่าสุด พบว่า มีผู้มาขอขึ้นทะเบียน แล้วรวมทั้งสิ้น 21,408 ราย แยกเป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 18,063 ราย และแรงงานต่างถิ่น (นอกพื้นที่) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3,345 ราย

ขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บลำไยกว่า2หมื่นรายสกัดโควิด

     อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงเห็นควรปรับปรุงมาตรการเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ตามคำสั่งที่ 101/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 สำหรับเกษตรกรชาวสวนลำไย ผู้ประกอบการกิจการรับซื้อลำไยและผู้รับจ้างเก็บลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

     โดยให้ผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานรับจ้างเก็บลำไย สามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอตามภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำของตนเอง โดยสามารถดำเนินการยื่นเรื่องผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเกษตรตำบล พร้อมทั้งให้เข้ารับการอบรมเรื่อง การเก็บลำไยคุณภาพ ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด–19 และการดูแลตนเองตามมาตรการ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บลำไยกว่า2หมื่นรายสกัดโควิด

     หากกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสั่งให้เข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด–19 ต้องปฏิบัติตามคำสั่งโดยทันที ส่วนการรับจ้างเก็บลำไยนั้น ให้ทำในเขตอำเภอของตนเองเท่านั้น หากมีการเคลื่อนย้ายแรงงานรับจ้างไปต่างพื้นที่ เช่น ต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด ให้ถือว่าเป็นแรงงานต่างถิ่น ซึ่งจะต้องแจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือแจ้งฝ่ายปกครองทราบต่อไป

 

     สำหรับการจ้างงานเก็บลำไยในจังหวัดเชียงใหม่ นั้น ผู้ว่าจ้างจะต้องจ้างแรงงาน ที่มีบัตรประจำตัวขึ้นทะเบียนแล้ว หากเป็นแรงงานนอกเขตจังหวัดเชียงใหม่ จะต้องเป็นแรงงานต่างถิ่นที่ได้ขึ้นทะเบียน ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เท่านั้น โดยให้เจ้าของสวนลำไยหรือผู้ประกอบการรับซื้อลำไย คอยกำกับให้ผู้รับจ้างเก็บลำไย ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด– 19 ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดไว้ คือ จะต้องทำการตรวจสอบเอกสารบันทึกประจำวันของแรงงานทุกครั้ง ขณะเดียวกันต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ในการวัดไข้ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ให้เพียงพอต่อแรงงาน ต้องสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลตลอดเวลาในการทำงาน พร้อมทั้งให้คอยสังเกตอาการ ผู้รับจ้างเก็บลำไย ไม่ให้มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง ส่วนการรับประทานอาหาร ให้ทำการแยกอาหารและภาชนะใส่น้ำดื่มจากบุคคลอื่น

ขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บลำไยกว่า2หมื่นรายสกัดโควิด

ทั้งนี้ หากพบผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จะถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง