โดยหมอได้บอกว่าโอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตค่อนข้างสูงเพราะแม่ไม่แข็งแรง แม้จะผ่าเอาเด็กออกมาแต่ก็อาจจะเสียชีวิตได้ ซึ่งทางลูกเขยและแม่ก็บอกว่า อย่างไรก็ขอให้รักษาชีวิตน้องหมิวเอาไว้ก่อน แต่สุดท้ายข่าวร้ายที่ครอบครัวไม่อยากจะให้เกิดขึ้นก็เป็นจริงคือ น้องหมิวพร้อมลูกในครรภ์เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 สร้างความเสียใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียดวงใจไปจากไวรัสโควิด-19 เนื่องจากที่ผ่านมาน้องหมิวเป็นคนที่รักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี มีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังคอยเตือนคนอื่นในเรื่องของการรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด- 19 อีกด้วย ส่วนที่ทำงานของน้องก็ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19แต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่าน้องไปติดโควิด-19มาจากที่ไหน
นางธนินท์รัฐ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากวันนี้ที่ได้มาทำบุญให้กับลูกสาวและหลานสาวที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันแล้ว ก็จะนำเถ้ากระดูกของลูกสาวกลับไปบรรจุในสถูปที่จังหวัดอุทัยธานี บ้านเกิดของแม่ และท้ายนี้ก็อยากจะบอกกับดวงวิญญาณของลูกสาวและหลานสาวว่า ขอให้ทั้งสองไปเกิดเป็นนางฟ้า ขอให้นางฟ้าทั้งสองมองลงมาข้างล่าง ส่วนแม่และยายคนนี้จะคอยมองขึ้นไป หากชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ได้มาเกิดเป็นแม่ลูก เป็นยายหลานกันอีกครั้ง
ด้านนายธิติวัฒน์ เลิศรัตนโมลี สามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนเองกับน้องหมิว ทำงานอยู่ที่เดียวกันและคบหาดูใจเป็นแฟนกันมานานกว่า 7 ปีแล้ว หลังจากนั้นก็แต่งงานอยู่กินด้วยกัน พอภรรยาท้องได้ประมาณ 5 – 6 เดือน ก็มาติดเชื้อโควิด- 19 ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนให้กำลังใจน้องหมิวมาตลอดเพื่อให้ต่อสู้กับโรคนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ของลูกในท้องด้วย โดยก่อนที่น้องหมิวจะเข้าห้อง ไอซียู นั้นตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องหมิวผ่านทางโทรศัพท์เป็นครั้งสุดท้าย