“ทีมข่าวข้นคนข่าว” ได้ไปพูดคุยแบบ “เปิดอก” กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายหนึ่งเกี่ยวกับรายละเอียดในทำหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมฝูงชน ซึ่งแต่ละครั้งพวกเขาจะต้องทำอะไรบ้าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายนี้ บอกว่า การจัดเวรไปม็อบจะเลือกจากคนในหน่วยที่มีอายุไม่เกิน 45 ปี / มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีภารกิจหลักที่เร่งด่วนสำคัญ ซึ่งคนที่เข้าเกณฑ์เหล่านี้ จะถูกเลือกไปทำงานควบคุมฝูงชน เมื่อถูกเลือกไปทำงานด้านควบคุมฝูงชน ก็จะมีการแบ่งงานกัน โดยจะนำรายชื่อมาแบ่งเป็นชุดๆตามยุทธวิธี และจัดพื้นที่ที่จะต้องไปประจำการ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วย

 

 

เมื่อมาประจำการควบคุมฝูงชน แล้วเกิดถูกกลุ่มผู้ชุมนุมใช้สี หรือ ใช้สิ่งต่างๆสาดมาทำให้เปื้อน กลุ่มเจ้าหน้าที่จะต้องทำความสะอาดกันเอง / ชุดของใครที่เปื้อนสี ก็ต้องซักกันเอง หรือถ้าหากชุดเปื้อนหรือชำรุดจนใช้งานไม่ได้นั้น ปกติจะมีงบประมาณในการตัดชุดใหม่ให้ทุกปีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ ก็ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อใหม่เอง แล้วค่อยเบิกย้อนหลังหรือใช้เงินส่วนตัวซื้อใหม่เองเลย

 

 

ส่วนประเด็นเรื่องของอาหารการกินที่เคยมีการแชร์ในโลกโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายนี้ เล่าว่า หลายหน่วยก็เป็นไปตามภาพที่สะท้อนให้เห็นอย่างที่เคยเห็นกันไป แต่ในหน่วยของตนถือว่ามีอาหารที่ครบ มีให้วันละ 6 มื้อ เรื่องของคุณภาพก็ไม่ได้แย่ ส่วนเรื่องของรสชาติก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยรวมถือว่าคุมกับค่าเบี้ยเลี้ยงที่ถูกหักไป

ส่วนการพักเวรในหน่วยของตน ถือว่าแปลกกว่าที่อื่น เนื่องจากเป็นหน่วยที่มาจากต่างจังหวัด และในหน่วยจะมีกำลังพล คฝ.เป็นกองร้อยหลักกองร้อยเดียว หากมาปฏิบัติหน้าที่แล้วก็จะอยู่ไปเรื่อยๆไม่มีกำหนดกลับ เมื่อเสร็จภารกิจจะได้กลับหน่วยงานต้นสังกัดถึงจะได้พัก

 

 

ส่วนการพักผ่อนระหว่างมาปฏิบัติหน้าที่ หากอยากสบายก็ต้องเตรียมอุปกรณ์มากันเอง ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้จะมีเพียงสถานที่ เช่น วัด สนามกีฬา หรือกองบัญชาการต่างๆเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาในการนอนพักผ่อนแต่ละคืนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความวุ่นวาย แต่โดยปกติก็จะต้องมีการจัดเวรกันเฝ้าระวัง ซึ่งระยะเวลาในแต่ละเวรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น

 

 

หากถามว่าค่าตอบแทนในการมาควบคุมฝูงชนแต่ละครั้ง คุ้มค่ากับการมาประจำการหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายนี้ เปิดเผยว่า ไม่คุ้ม ถ้าเลือกได้ก็ไม่มีใครอยากมา แต่ในความเป็นจริงทำไม่ได้ เพราะตำรวจเองก็มีระเบียบของตำรวจ หากไม่ปฏิบัติก็จะผิดวินัย หากร้ายแรงถูกไล่ออกจากราชการ จะไปสมัครงานที่ไหนก็ลำบาก เพราะประวัติจะขึ้นว่าถูกไล่ออกจากราชการ ไม่มีใครมองว่าสาเหตุที่ถูกไล่ออก เพราะเป็นคนรักประชาธิปไตย

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรายนี้ ทิ้งท้ายอีกว่า สุดท้ายอยากฝากไปถึงผู้บังคับบัญชา อยากให้หันมามองผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง อะไรที่ไม่ถูกไม่ควรหรือส่งผลกระทบต่อส่วนรวมจริงๆ สามารถเลือกที่จะไม่ให้ลูกน้องทำบ้างก็ได้