“ยุทธพงศ์” โต้ ก้าวไกล “อย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น” หลัง กมธ.งบฯ เพื่อไทยโหวตนำงบตัดลดเข้างบกลาง ย้อนถามใครไปต่อสู้ล้มเรือดำน้ำ โวเป็น ส.ส.มหาสารคามเข้าใจหัวอกประชาชน ย้อนถามคนพูดเป็น ส.ส.จังหวัดอะไร เคยไปหาประชาชนหรือไม่

3 สิงหาคม 2564 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 แถลงข่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาแถลงว่ากรรมาธิการซีกพรรคเพื่อไทยสมรู้ร่วมคิดกับกรรมาธิการซีกรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐในการโหวตนำเอางบประมาณที่มีการปรับลดจำนวน 16,362 ล้านบาท ไปใส่ในงบกลางให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไว้ใช้ว่า ตนในฐานะที่เป็นกรรมาธิการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ขอชี้แจงทำความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเข้าใจผิดและทำให้พรรคเพื่อไทยจะได้รับความเสียหาย ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 หลังการปรับลดงบประมาณแล้ว กำหนดห้าม ส.ส. และกรรมาธิการแปรญัตติเพิ่มได้ และไม่สามารถไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับงบประมาณได้ อีกทั้งงบกลางดังกล่าวก็ไม่ใช้เป็นงบที่นำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไปสร้างถนน แต่มีการระบุรายละเอียดไว้ชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา2019 

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินการปรับลดถอนงบเรือดำน้ำก็เป็นเพราะพรรคเพื่อไทย ออกมาคัดค้าน และการปรับลดงบประมาณทุกหน่วยงานยอมปรับลดก็เพราะต้องการนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด ดังนั้นขอถามว่าการที่พรรคเพื่อไทยไปยกมือโหวตให้นำเงิน 16,362 ล้านบาท ไปเยียวยาประชาชนจากโควิดนั้นผิดอะไร แล้วเหตุผลที่ต้องเป็นงบกลางก็เพราะว่าวันนี้ประชาชนมีความเดือดร้อนจำนวนมาก ไม่มีจะกิน นอนรอความตาย งบกลางใช้ง่ายระเบียบในการเบิกจ่ายทำได้เร็ว ใช้ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน หากไปผ่านกระบวนการงบประมาณจะใช้เวลานาน ซึ่งชีวิตคนสามารถรอได้ และนี่เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคก้าวไกลจะเห็นต่างก็เป็นสิทธิ แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการช่วยเหลือเรื่องโควิดและชีวิตประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น “เวลาพูดไม่ใช่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่นครับ” ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนชัดเจน แล้วถามว่าทำไมเอาเงินไปให้พลเอกประยุทธ์ใช้ ในหลักบริหารฝ่ายค้านใช้ได้หรือไม่ ตามระบบก็ต้องให้หัวหน้าฝ่ายบริหารใช้ ผมเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว ผมจะไม่รู้ได้ไง แล้วถามว่าถ้าเราจะมาเล่นการเมืองคุณไม่เอาเงินมาช่วยโควิดแล้วเอาเงินไปทำอย่างอื่นตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะวันนี้วิกฤติชาติสำคัญที่สุดมีใครเถียงบ้างว่าไม่ใช่โควิด 

 


นายยุทธพงศ์ ยืนยันว่า ที่ตัดสินใจไปนั้น เพราะวันนี้มันต้องแก้โควิดก่อน หากจะมาเล่นการเมืองอะไร ตนไม่และพรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง วันนี้เราก็เป็นพรรคอันดับหนึ่ง และเราก็เป็นแชมป์ตั้งแต่ไทยรักไทย ต่อยอดมาเป็นพลังประชาชน ต่อยอดมาเป็นเพื่อไทย เราก็เป็นแชมป์มา5สมัย และเชื่อว่าครั้งหน้าเพื่อไทยก็เป็นแชมป์ แล้วถามว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน แล้ววันนี้คุณจะไปทิ้งประชาชนยังไง ผมถามหน่อยครับวันนี้ที่คุณจะเอางบไปให้ท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นมีความโปร่งใสขนาดไหน ขอถามหน่อยเสาไฟกินรีนะลืมไปแล้วหรือ

 


“วันนี้ตามต่างจังหวัด ผมนี่ ส.ส.มหาสารคาม ตามต่างจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอต้องมาขอรับบริจาคจากประชาชนผู้มีสิทธิศรัทธา เอาอาหารไปช่วยชาวบ้าน เพราะชาวบ้านถูกปิดแคมป์คนงาน ตลาดถูกปิด ร้านอาหารปิด เขากลับไปอยู่บ้านไม่มีจะกิน ผมนี่ ส.ส.มหาสารคามนะครับ ผมจะไม่รู้หัวอกชาวบ้านได้อย่างไรครับ ไอ้ผู้พูดเนี่ยถามหน่อยเถอะครับคุณเป็น ส.ส.จังหวัดไหน คุณเคยไปหาประชาชนไหม” นายยุทธพงศ์ กล่าว "ยุทธพงศ์" กำลังแถลงข่าวโต้พรรคก้าวไกล

เมื่อถามว่า มีการตั้งขอสังเกตว่าเป็นการเตรียมพร้อมโยนงบไปสู้ศึกเลือกตั้งหรือไม่ เพราะมีเสียงสะท้อนว่าต่อไปหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจะจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายยุทธพงศ์ ตอบว่า “เรียนอย่างนี้ว่า พวกเนี่ยคือเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ ถูกไหมครับ ผมก็ต้องเรียนนะครับว่าถ้าถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเล่นการเมืองแบบนั้นพรรคเพื่อไทยก็จบ ถามว่าก็มีข่าวมาหลายครั้งว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมรัฐบาล แต่ว่าพรรคเพื่อไทยก็ปฏิเสธมาตลอด และกำลังจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ถามว่ามันจะไปร่วมรัฐบาลเขาได้อย่างไร แล้วถามว่าวันนี้เรามาเล่นการเมืองกันเอาเรื่องแบ่งค่ายแบ่งสีกันมา แล้วผมถามว่าเงิน 16,362 ล้านบาทผมถามว่าแล้วประชาชนเขารอได้หรอครับ ก็เอาไปเพิ่มให้ เงิน 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลกู้มาก็หมดแล้ว และ 5 แสนล้านบาทก็ถามว่ามันเพียงพอไหม มีเท่าไหร่สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องช่วยประชาชนก่อน”