นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินการปรับลดถอนงบเรือดำน้ำก็เป็นเพราะพรรคเพื่อไทย ออกมาคัดค้าน และการปรับลดงบประมาณทุกหน่วยงานยอมปรับลดก็เพราะต้องการนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด ดังนั้นขอถามว่าการที่พรรคเพื่อไทยไปยกมือโหวตให้นำเงิน 16,362 ล้านบาท ไปเยียวยาประชาชนจากโควิดนั้นผิดอะไร แล้วเหตุผลที่ต้องเป็นงบกลางก็เพราะว่าวันนี้ประชาชนมีความเดือดร้อนจำนวนมาก ไม่มีจะกิน นอนรอความตาย งบกลางใช้ง่ายระเบียบในการเบิกจ่ายทำได้เร็ว ใช้ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน หากไปผ่านกระบวนการงบประมาณจะใช้เวลานาน ซึ่งชีวิตคนสามารถรอได้ และนี่เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคก้าวไกลจะเห็นต่างก็เป็นสิทธิ แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการช่วยเหลือเรื่องโควิดและชีวิตประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น “เวลาพูดไม่ใช่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่นครับ” ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนชัดเจน แล้วถามว่าทำไมเอาเงินไปให้พลเอกประยุทธ์ใช้ ในหลักบริหารฝ่ายค้านใช้ได้หรือไม่ ตามระบบก็ต้องให้หัวหน้าฝ่ายบริหารใช้ ผมเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว ผมจะไม่รู้ได้ไง แล้วถามว่าถ้าเราจะมาเล่นการเมืองคุณไม่เอาเงินมาช่วยโควิดแล้วเอาเงินไปทำอย่างอื่นตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะวันนี้วิกฤติชาติสำคัญที่สุดมีใครเถียงบ้างว่าไม่ใช่โควิด
นายยุทธพงศ์ ยืนยันว่า ที่ตัดสินใจไปนั้น เพราะวันนี้มันต้องแก้โควิดก่อน หากจะมาเล่นการเมืองอะไร ตนไม่และพรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง วันนี้เราก็เป็นพรรคอันดับหนึ่ง และเราก็เป็นแชมป์ตั้งแต่ไทยรักไทย ต่อยอดมาเป็นพลังประชาชน ต่อยอดมาเป็นเพื่อไทย เราก็เป็นแชมป์มา5สมัย และเชื่อว่าครั้งหน้าเพื่อไทยก็เป็นแชมป์ แล้วถามว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน แล้ววันนี้คุณจะไปทิ้งประชาชนยังไง ผมถามหน่อยครับวันนี้ที่คุณจะเอางบไปให้ท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นมีความโปร่งใสขนาดไหน ขอถามหน่อยเสาไฟกินรีนะลืมไปแล้วหรือ
“วันนี้ตามต่างจังหวัด ผมนี่ ส.ส.มหาสารคาม ตามต่างจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอต้องมาขอรับบริจาคจากประชาชนผู้มีสิทธิศรัทธา เอาอาหารไปช่วยชาวบ้าน เพราะชาวบ้านถูกปิดแคมป์คนงาน ตลาดถูกปิด ร้านอาหารปิด เขากลับไปอยู่บ้านไม่มีจะกิน ผมนี่ ส.ส.มหาสารคามนะครับ ผมจะไม่รู้หัวอกชาวบ้านได้อย่างไรครับ ไอ้ผู้พูดเนี่ยถามหน่อยเถอะครับคุณเป็น ส.ส.จังหวัดไหน คุณเคยไปหาประชาชนไหม” นายยุทธพงศ์ กล่าว