หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุจะเข้ามาขอเงินเรื่อยๆโดยอ้างว่านายต้องการยอดเท่านั้น เท่านี้ ซึ่งทุกครั้งที่มาขอยอดจะเตรียมสัญญาเงินกู้ พร้อมเช็คประกันการลงทุนมาให้ ทั้งนี้ด้วยดอกเบี้ยที่สูง และไม่เคยขาดส่ง ทำให้ทยอยนำเงินมาลงทุน และชักชวนเครือญาติและเพื่อนสนิทมารวมลงทุนด้วย จนกระทั่งยอดที่ลงทุนค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยๆ
น.ส.เพชรสุวรรณ กล่าวอีกว่า จากนั้นเริ่มสอบถามรายละเอียดการลงทุน เอกสารต่างๆ แต่ผู้ก่อเหตุบ่ายเบี่ยง และแนะนำให้ตนรู้จักกับนายปกร(สงวนนามสกุล) ซึ่งอ้างว่าเป็นฝ่าย HR ของบริษัทนี้ พร้อมนำบัตรพนักงานมายืนยันว่าเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าวจริง จึงเกิดความเชื่อใจ จนกระทั่งเมื่อช่วงเดือน ก.ค.64 ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุไม่มีการส่งดอกเบี้ยตามกำหนด จึงโทรศัพท์ไปถามแต่ได้รับคำตอบว่า วิกฤติโควิด-19 ทำให้บริษัทดังกล่าว ลดเงินเดือนพนักงานลง50% และพนักงานไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย จึงไม่มีเงินมาจ่ายให้
หลังจากนั้นได้โทรศัพท์ไปหาสามีของผู้ก่อเหตุและนายปกร(สงวนนามสกุล) ทุกคนอ้างว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้สามีของผู้ก่อเหตุก็เคยเดินทางมาขอเงินไปลงทุนด้วยตัวเอง ส่วนนายปกร อ้างว่าตัวเองก็ถูกหลอกให้ลงทุนสูญเงินกว่า 5 ล้านบาทด้วยเหมือนกัน ส่วนน.ส.ณัฎฐ์นลิน หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงต้องเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี