2 สิงหาคม 2564 แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 27 ก.ค.64 เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน หารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อจากช่วงปลายเดือนก.ค. นายกฯ ให้จัดหาวัคซีนโควิดเฉพาะกิจเข้ามาเพิ่มเติมแบบเร่งด่วนจำนวน 20 ล้านโดส โดยไม่ผ่านกระบวนการจัดซื้อ ของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากล่าช้า
แหล่งข่าวกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีข้อมูลการศึกษาว่าในตลาดทั่วโลก ยังพอมีช่องว่างในการจัดซื้อวัคซีนแบบเร่งด่วนได้ เช่น เจรจากับประเทศที่มีวัคซีนเหลือเกินความต้องการ และการเจรจากับตัวแทนรายใหญ่ ที่มีโควตาวัคซีนอยู่ในมืออยู่แล้ว โดยพบว่ามีตัวแทนในสหรัฐฯ มีโควตาวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) และแอสตร้าเซนเนก้า จำนวนหนึ่ง หากประเทศไทยสนใจและตกลงเงื่อนไขกับรายนี้ตัวแทนรายนี้ก็พร้อมจัดส่งให้ได้ทันที และจะมาถึงประเทศไทยภายในกลางเดือนส.ค.นี้
วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน หรือ J&J มีข้อดี คือ ฉีดเพียง 1 โดส สามารถแก้ปัญหาความต้องการวัคซีนในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดี
สำหรับการจัดหาวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในประเทศไทย นั้น เมื่อ 4 ก.พ. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า "ผู้แทนบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มานำเสนอวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับ อย. เพื่อขอขึ้นทะเบียน
ทั้งนี้ ผู้แทนบริษัทแจ้ง ว่า นโยบายของบริษัทคือจะผลิตวัคซีนเพื่อช่วยรัฐบาลทุกประเทศควบคุมการระบาด จึงจะจำหน่ายราคาถูก ราคาทุน ไม่แสวงหากำไร และไม่มีนโยบายขายวัคซีนเชิงพาณิชย์ให้ภาคเอกชน แต่ขณะนี้กระบวนการขึ้นทะเบียนยังไม่แล้วเสร็จ และบริษัทคาดว่าหากรัฐบาลไทยสั่งซื้อ จะส่งวัคซีนได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุข ขอให้บริษัทส่งข้อเสนอ ราคา และระยะเวลาจัดส่งอย่างเป็นทางการ มาเพื่อพิจารณาโดยเร็ว" #ไม่ผูกขาดวัคซีน