ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกในวันนี้ จะถูกฟ้องกลับหรือไม่นั้น ตนก็ไม่รู้จะถูกฟ้องกลับในเรื่องใด ถ้าจะฟ้องกลับตนก็ไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง เพราะตนเป็นส.ส.พิษณุโลก มีหน้าที่ในการตรวจสอบ เพราะมีประชาชนเคลือบแคลงใจและสงสัยเป็นจำนวนมากว่าใครควรจะต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 ตนจะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นใน จ.พิษณุโลก ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการบริหารสถานการณ์โควิด-19 แต่ถ้าปล่อยให้มีการแทรกแซง ปล่อยให้มีการใช้อำนาจหน้าที่หรือใช้เส้นสายในการเข้ารับการฉีดวัคซีน เรื่องนี้เรายอมไม่ได้ ผู้ว่าฯ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ต้องออกมาตอบคำถามของชาวพิษณุโลก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้อีก
นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า สาเหตุที่ต้องไปขอฉีดวัคซีนเข็ม 3 เนื่องจากตนเองทำงานด่านหน้ามาโดยตลอด นำสิ่งของต่างๆ จากการบริจาคมามอบให้กับจุดคัดกรอง หรือโรงพยาบาลสนามมาโดยตลอด ด้วยความเป็นผู้สูงอายุที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนนั้น ตนเองมีคิวที่จะฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าอยู่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงแรกๆ ประชาชนออกมาฉีดวัคซีนน้อย ตนจึงมาช่วยรณรงค์ให้ประชาชนหันมาฉีดวัคซีนให้มากขึ้น ด้วยการไปฉีดวัคซีนซิโนแวคแทนทั้ง 2 เข็ม แต่มีแพทย์มาบอกตนเองว่าการเป็นผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มนั้นไม่ดี อาจเสี่ยงต่อภูมิคุ้มกันเหลือน้อย เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ตนจึงได้ขอเข้าไปฉีดวัคซีนเข็ม 3
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าไปแอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกบ้าง หรือไปบีบบังคับบุคลากรทางการแพทย์นั้น นางแน่งน้อย กล่าวว่า ไม่จริงแต่อย่างใด ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นคนอ้างใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะการทำงานก็ทำด้วยใจและทำเพื่อสังคมมาโดยตลอด
ภาพ/ข่าว โดย มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี / พิษณุโลก