“แรมโบ้”ฉะ “ณัฐวุฒิ”หยุดพล่ามการเมืองสักระยะ จะเป็นคุณูปการต่อประเทศอย่างมาก รอประเทศพ้นวิกฤตโควิดก่อน ค่อยว่ากัน เห็นใจประชาชน หมอ พยาบาลที่ทำงานอย่างหนักบ้าง ย้ำนายกฯ ไม่ท้อ ไม่ทิ้ง ประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาโควิดทุกวัน

31 กรกฎาคม 2564  นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ก ว่า ไล่ประยุทธ์อย่างไร ประยุทธ์ไปแล้วไงต่อ ข้อเรียกร้องคือประยุทธ์ลาออกทันที หลังจากนั้นให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกฯ จากบัญชี ว่าที่นายกฯ ที่มีอยู่ ถ้าไม่ได้นายกฯ ด้วยวิธีแรก ให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง ส.ว.ต้องร่วมโหวต เพื่อเปิดทางให้มีนายกฯ จากคนนอกบัญชี เพื่อทำเรื่องเร่งด่วนคือแก้ปัญหาโควิด แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และให้ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ โดยกรณีนี้ นายเสกสกลฯ ระบุว่า “ตนฟังแนวคิดของนายณัฐวุฒิฯ แล้ว ก็เศร้าใจจริงๆ พยายามทำทุกวิถีทางที่จะล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ แต่ในที่สุดก็เข้าอีหรอบเดิม อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากเปลี่ยนนายกฯ ให้ได้จนตัวสั่น ใช้ความเพลี่ยงพล้ำจากวิกฤตโควิดมาซ้ำเติมประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความเสียหายเกิดกับคนไทยทุกคน

ในสภาวะบ้านเมืองเป็นแบบนี้ แทนที่จะเห็นอกเห็นใจประชาชน ช่วยเหลือดูแลประชาชน เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาทำ เอาข้าว เอาน้ำ ยารักษาโรคไปช่วยเหลือดูแล หรือซื้อเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์เหมือนอย่างที่คนอื่นหรือศิลปินดาราหลายคนที่ไม่ต้องการป่าวประกาศเขาทำกัน น่าจะดีกว่าหรือไม่ใช้มือทำดีกว่าใช้ปากพูด แบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เรื่องการบ้านการเมืองขอร้องเถอะพักไว้ก่อน รอให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นกันทั่วโลกก่อน ถึงตอนนั้น อยากจะพูดอะไรก็พูดเลย แต่ขอให้เป็นข้อเท็จจริงนะ ไอ้ประเภทพูดปาวๆ ท่องเป็นบทกลอนในฐานะนักพูดนั้น ประชาชนเขารู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว

 

ประสบการณ์ทางการเมืองอย่างนายณัฐวุฒิฯ นั้น น่าจะรู้ดีว่าอะไรจริง อะไรเท็จ พูดจริงเป็นอย่างไร แล้วพูดเท็จผลของมันคืออะไร อย่าได้คะนองปากในช่วงที่ประชาชนกำลังลำบาก และบุคคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานอย่างหนักในตอนนี้ นายณัฐวุฒิฯ เองก็รู้ดีว่า โควิดมันรุนแรงและน่ากลัวขนาดไหน ขนาดนายณัฐวุฒิ ฯ เองก็จวนเจียนจะเป็น ไม่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นมันใช่เวลาที่จะมาแซะกันในเรื่องทางการเมืองในตอนนี้หรือไม่ ยืนยันว่า นายกฯ ไม่ท้อ และไม่ทิ้งงานที่บริหารอยู่ในขณะนี้แน่นอน ประชาชนกำลังเดือดร้อน นายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมแพทย์ก็ยังคงประชุมหารือกันทุกวัน ทั้งเรื่องการตรวจหาเชื้อ การขยายเตียง การขยายจุดฉีดวัคซีน รวมถึงวัคซีนก็ทยอยเข้ามาแล้ว ทุกฝ่ายพยายามหาวิธีกันตลอดทุกวัน ไม่ได้มีเวลามารับฟังเรื่องต่างๆ ที่คนที่ไม่ได้ใช้สมองคิด ออกมาพ่นน้ำลายหรอก วันๆ คิดแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญๆ จนประชาชนเบื่อหน่ายกันหมดแล้ว และถ้านายณัฐวุฒิฯ หยุดคิดริษยาได้ ก็จะเป็นคุณูปการต่อประเทศอย่างมาก

"คงอยากจะลงถนน ให้บ้านเมืองหายนะอีกครั้งหรือเปล่า เพราะแกนนำได้รางวัลต่างตอบแทนเป็นรัฐมนตรีถึงสองกระทรวงฯ การลงบนถนนก้าวข้ามศพประชาชนคนเสื้อแดง ไปเอาตำแหน่งเสนาบดีใหญ่โต ยังหวังจะใช้แผนเดิมเพื่อจะได้กลับมารับรางวัลตอบแทนอีกใช่ไหม ตนก็อยากบอกว่า ประวัติบางครั้งก็ไม่ได้บันทึกซ้ำรอยเสมอไป อย่าคิดว่า มวลชนจะรู้ไม่ทันว่าใครสู้แล้วรวย ใครสู้แล้วได้ดิบได้ดีเอาตัวรอด แต่คนที่เจ็บและชอกช้ำที่สุดคือมวลชนที่ถูกหลอก มาบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนน ทอดทิ้งมวลชนอย่างเจ็บปวดหัวใจ ถ้าอยากรู้อะไรดีๆ ว่า จริงหรือไม่ ให้ไปถามนายสมหวัง อัสราษี อดีตเหรัญญิก นปช.เอาเอง ถูกกรมสรรพกร เรียกเก็บภาษี 572 ล้านจนยอมล้มละลาย สาเหตุเป็นเพราะอะไร” นายเสกสกลฯ กล่าว