อุปทูตสหรัฐฯ ไมเคิล ฮีธ แนะรัฐบาลไทยบริหารวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคให้ได้ตามเจตนารมณ์โดยมีคนไทยร่วมตรวจสอบ พร้อมเดินหน้าส่งมอบให้อีก 1 ล้านโดส รวมถึงย้ำสหรัฐสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เปิดเผยภายหลังการส่งมอบวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.54 ล้านโดส ที่รัฐบาลสหรัฐบริจาคให้กับประเทศไทย โดยตอบคำถามถึงประเด็นความห่วงใยในการนำวัคซีนที่มอบให้ไปใช้ผิดเจตนารมย์ว่า เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไทย สหรัฐฯ ไม่มีบทบาทอะไรในการไปควบคุมหลังการส่งมอบ และคนไทยต้องตรวจสอบกรณีนี้ต่อไปกันเอง ส่วนวัคซีนอีก 1 ล้านโดส ที่สหรัฐฯ จะบริจาคให้กับประเทศไทยนั้น ยังไม่ระบุยี่ห้อ ไมรู้ว่าถึงเร็วสุดเมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่า เป็นวัคซีนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ผลักดันอย่างหนักเพื่อให้ได้จำนวนวัคซีนที่จะบริจาคเพิ่มให้กับประเทศไทย เพราะสถานการณ์ในประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างมากในแง่ของการระบาด

นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ในอนาคตวัคซีนจากสหรัฐฯ จะมีการผลิตในประเทศอื่นๆ อีกด้วย โดยขณะนี้ ประชากรประมาณ 50% ของสหรัฐฯ ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แต่ยังต้องโน้มน้าวคนที่เหลือเพิ่ม เช่น แนวคิดของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่เรียกร้องให้บางรัฐในประเทศมีการเพิ่มแรงจูงใจด้วยการมอบเงินจำนวน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่คนที่มาฉีดวัคซีนใหม่ เป็นต้น

วัคซีนไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดส ที่สหรัฐฯบริจาคให้ไทย

นายไมเคิล ฮีธ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยโดยรัฐบาลมีการออกคำสั่งและใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะดำเนินคดีกับสื่อมวลชน คนดัง หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปอย่างเข้มข้นและเด็ดขาด หากเผยแพร่ในสิ่งที่รัฐบาลเข้าใจว่าเป็นข่าวปลอม หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ว่า “สหรัฐฯ สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล(ของสหรัฐฯ) แม้บางครั้งอาจจะไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่เราสนับสนุนเสรีภาพการแสดงออกอยู่เสมอ”