แฮชแท็ก #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน พุ่งพรวดขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์ หลังชาวเน็ตเดือดไม่สามารถจองฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่บางซื่อผ่านค่ายมือถือ เจอสารพัดปัญหาทั้งเข้าเว็บ-กรอกข้อมูลไม่ได้ ซ้ำยังเต็มโควตาเพียงไม่กี่นาที ประกาศย้ายค่ายรัวๆ

ไต่อันดับเทรนทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วกับแฮชแท็ก #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน ที่วันนี้กลายเป็นอีกประเด็นร้อนแรงของสังคม เพราะประเด็นจองฉีดวัคซีนนั้นเป็นปมยังครุกรุ่นในใจใครหลาย ที่ก่อนหน้าเคยลงทะเบียนผ่านโครงกรและช่องทางต่างๆของ เช่น ไทยร่วมใจ หมอพร้อม แต่โดน “เท” ในโค้งสุดท้ายต้องรอคอยอย่างไม่มีกำหนดดังนั้นเมื่อมีประกาศถึงโควตาพิเศษนอกเหนือผู้สูงและผู้มีโรคกลุ่มเสี่ยง ให้ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นสามารถจองฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 (AstraZeneca) ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ผ่าน 4 ค่ายมือถือ ได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับฉีดวัคซีน ต่างเฝ้ารอจำนวนมาก

แฮชแท็ก #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง

แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย 09.00 น. ประชาชนจำนวนมากได้พากันกดจองวัคซีนแต่ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะมีการแจ้งจากค่ายมือถือว่าขอเลื่อนเปิดจองฉีดวัคซีนไปอีก 2 ชั่วโมง หรือในเวลา 11.00 น. ทำให้ประชาชนจำนวนมากพากันแสดงความไม่พอใจว่าทำไมถึงไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

 

และเมื่อถึงเวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เปิดให้จองวัคซีน ประชาชนจำนวนมากก็ยังคงไม่สามารถกดเข้ามาลงทะเบียนได้ หน้าจอมือถือ และคอมพิวเตอร์ขึ้นปัญหามากมาย อาทิ การส่งรหัส OTP ล่าช้า เข้าลงทะเบียนได้แต่ไม่สามารถกรอกข้อมูลได้ และเพียงไม่กี่นาทีต่อก็มีการแจ้งว่า มีผู้จองฉีดวัคซีนเต็มแล้วทุกเครือข่าย และให้รอประกาศจากทางภาครัฐต่อไป

 

งานนี้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถจองฉีดวัคซีนได้  ถึงกับมีการเข้าวิจารณ์ในเพจเฟซบุ๊กค่ายมือถืออย่างรุนแรง โดยส่วนมากวิจารณ์ความพร้อมให้บริหารของทางเครือข่าย บางรายถึงขั้นแตกหักประกาศย้ายค่ายกัน รวมวิจารณ์การบริหารการจัดการวัคซีนของทางภาครัฐ

ค่ายมือถือแจ้งยอดผู้จองฉีดวัคซีนครบตามจำนวนที่กำหนด

สำหรับการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านเครือข่ายมือถือครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการแพทย์ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยเปิดให้จองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เข็มที่ 1 (AstraZeneca) ผ่าน 4 ค่ายมือถือ  เอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) และ เอ็นที (NT) วันละ 20,000 โดส แบ่งเป็น ประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป วันละ 10,000 โดส ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน (100 กก.ขึ้นไป หรือค่า BMI มากกว่า 35) โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน วันละ 10,000 โดส แต่ไม่รวมผู้ติดตาม มีระยะเวลาฉีดวัคซีน และจะเริ่มฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค. 64