หน.สำนักปลัดเทศบาลพนมรุ้ง หอบหลักฐานแจ้งความถูกมิจฉาชีพแฝงตัวในไลฟ์สดสวมรอยเป็นเจ้าของร้านทอง โอนเงินซื้อทองสูญเกือบ 2 แสน ยอมรับโปรโมชั่นล่อใจจึงหลงเชื่อ เตือนผู้นิยมซื้อของออนไลน์ระวังตกเป็นเหยื่อหากเป็นไปได้ซื้อสดที่ร้านปลอดภัยกว่า

29 กรกฎาคม 2564 นางทัสมาลี กิ่มผกา อายุ 47 ปี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานแชทการสนทนา และสลิปโอนเงิน เข้าแจ้งความที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ให้ช่วยติดตามกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นเจ้าของร้านทองดังในตัวเมืองบุรีรัมย์ แฝงตัวในไลฟ์สดขายทองหลุดจำนำก่อนหลอกโอนเงินซื้อทองช่วงโปรโมชั่น ทำให้สูญเงินเกือบ 2 แสนบาท
    โดยนางทัสมาลี ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เวลาประมาณ 19.00 น. ตนได้ดูไลฟ์สดทางเฟสบุ๊ก ของร้านทองชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ บขส.บุรีรัมย์  โดยร้านนี้มักจะไลฟ์สดขายทองหลุดจำนำเป็นประจำ และตนเองก็เคยไปซื้อขายแลกเปลี่ยนทองกับร้านนี้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนดูไลฟ์สดและสนใจทองที่ทางร้านไลฟ์ขาย ในระหว่างที่ดูอยู่ก็สนใจสร้อยข้อมือน้ำหนัก 2 บาท โดยทางร้านไลฟ์ขายอยู่ที่ราคา 54,000 บาท จึงตัดสินใจจองสินค้าชิ้นนี้ แต่พอดูไลฟ์สดไปสักพัก จึงเปลี่ยนจากสร้อยข้อมือ เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท โอนไปมัดจำไว้ 2,000  บาท โดยโอนเข้าบัญชีร้านเป็นธนาคารกสิกรไทย

โร่แจ้งความมิจฉาชีพไลฟ์สดสวมรอยเป็นเจ้าของร้านทองหลงเชื่อสูญเกือบ 2 แสน


 

ต่อมามีข้อความแชทของร้านทองเด้งเข้ามาหาตน บอกว่า ถ้าจ่ายเงินสดจะลดให้อีก 2,000 บาท แต่ต้องโอนผ่านธนาคารออมสินเท่านั้น เพราะทำโปรโมชั่นกับธนาคารออมสิน แล้วบอกให้ติดต่อหลังร้านคือแชทส่วนตัว ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นมิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นร้านทอง แต่ด้วยความที่อยากได้ส่วนลด 2,000 บาท  จึงตัดสินใจโอนเงินไปทันทีจำนวน 52,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ชื่อนางสาวบุญธิดา (ขอสงวนนามสกุล) พอโอนไปก้อนแรก มิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นเจ้าของร้าน ส่งแชทกลับมาบอกว่าตนทำผิดเงื่อนไข โดยอ้างว่าตนไม่ได้แปะชื่อไว้ในสลิปการโอนเงินแบบบันทึกช่วยจำ จึงหลอกให้โอนไปใหม่ แล้วอ้างว่าระบบจะคืนเงินให้ ตนก็หลงเชื่อโอนไปรอบที่ 2 อีก 52,000 บาท โดยพิมพ์ชื่อ-สกุล และเบอร์โทรแปะไว้ในสลิปการโอนแบบบันทึกช่วยจำ แต่มิจฉาชีพก็ตอบกลับมาว่าตนทำผิดเงื่อนไขการโอนอีก เพราะพิมพ์ชื่อยาวเกินไป และบอกว่าให้ตนโอนเงินไปอีก 52,000 บาท เป็นรอบที่ 3 แล้วระบบจะโอนคืนให้ภายใน 30 นาที รวมยอดที่โอนไปทั้ง 3 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 156,000 บาท 
จากนั้นตนก็รอประมาณ 30 นาที แต่กลับไม่มีเงินโอนเงินคืนตามที่กล่าวอ้าง พยายามติดต่อกลับไปยังคนที่แชทมาก็ปิดเฟสหนีติดต่อไม่ได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็พยายามติดต่อไปยังเพจของร้านทองอีกครั้ง ซึ่งทางร้านก็ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการโอนเงินจำนวนดังกล่าว คาดว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในไลฟ์สดสวมรอยเป็นเจ้าของร้านแล้วหลอกให้ลูกค้าโอนเงิน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความให้ติดตามแก๊งมิจฉาชีพมาดำเนินคดี

โร่แจ้งความมิจฉาชีพไลฟ์สดสวมรอยเป็นเจ้าของร้านทองหลงเชื่อสูญเกือบ 2 แสน

 

ผู้เสียหายยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตนเองอยากซื้อในราคาโปรโมชั่น จึงได้หลงเชื่อ ทั้ง ๆ ที่ที่ผ่านมาก็ไปซื้อทองร้านนี้เป็นเงินสดตลอด ไม่เคยซื้อผ่านไลฟ์สดเลย จึงอยากฝากเตือนผู้ที่ชอบซื้อของออนไลน์ว่าให้ระมัดระวังตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนโอนเงิน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินเหมือนกับตนเอง ซึ่งเบื้องต้นก็ได้พูดคุยกับทางร้านกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทางร้านก็ตกเป็นผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพสวมรอยแอบอ้างชื่อทำให้เสียชื่อเสียงเช่นกัน

ข่าว/ภาพ สุรชัย พิรักษา