แหล่งข่าว ป.ป.ช. ชี้ เคส "ผู้ครอบครองที่ดินเขากกระโดง" ถ้าเป็นกรณีนักการเมืองก็จะคล้ายกับกรณี "ปารีณา ไกรคุปต์" ครอบครองที่ดินป่าสงวนฯ ที่ ป.ป.ช.เคยชี้มูล ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงจึงยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา และศาลฎีกา สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย "เนชั่นออนไลน์" ว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2564 ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กรณีมีพฤติการณ์และหลักฐานที่เชื่อว่ากระทำการทุจริต นั้น ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ยังไม่มีการตั้งกรรมการไต่สวนแต่อย่างใด

 

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า กรณี นายศักดิ์สยาม นั้น ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ความผิดต่อหน้าที่ กับความผิดส่วนตัว ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.รวบรวมข้อมูลเนื่องจากเป็นเรื่องที่เพิ่งยื่นเข้ามาใหม่ ซึ่งอาจจะมีข้อเท็จจริงบางประการที่เปลี่ยนไปเมื่อระยะเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน

 

"ที่รถไฟเขากระโดง"ความเหมือนเคส"ปารีณา"ผิดมาตรฐานจริยธรรม

แหล่งข่าวยังบอก "เนชั่นออนไลน์" ด้วยว่า ถ้าเป็นกรณี ที่ดินการรถไฟที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นเรื่องเดิมที่ ป.ป.ช.เคยมีมติ เมื่อปี 2554 ว่า การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 เป็นการออกโฉนดในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินจึงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

 

ป.ป.ช.มีหนังสือให้การรถไฟฯ แจ้งไปยังกรมที่ดิน เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 99 และให้ดำเนินการ กับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ 

 

"ที่รถไฟเขากระโดง"ความเหมือนเคส"ปารีณา"ผิดมาตรฐานจริยธรรม

แหล่งข่าว ป.ป.ช. ได้ยกกรณีที่ดินการรถไฟเขากระโดง ว่า หากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยังครอบครองในพื้นที่ของรถไฟ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา และป.ป.ช.มีมติไปแล้ว อาจจะเทียบเคียงกับกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ครอบครองพื้นที่ป่าสงวนฯ และป.ป.ช.ชี้มูลว่า ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง แต่ทั้งนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ ด้วย 

"ที่รถไฟเขากระโดง"ความเหมือนเคส"ปารีณา"ผิดมาตรฐานจริยธรรม
 

สำหรับกรณี น.ส.ปารีณา นั้น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า น.ส.ปารีณา ส.ส. ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็นส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 11 ข้อ 17 ประกอบ ข้อ 27 วรรคสอง

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เป็นผู้ร้องคดีไปที่ศาลฎีกา กรณีน.ส.ปารีณา ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง ภายหลังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด กรณีถูกดำเนินคดีฟาร์มไก่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ของ จ.ราชบุรี ตามที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาไปก่อนหน้านี้

 

"ที่รถไฟเขากระโดง"ความเหมือนเคส"ปารีณา"ผิดมาตรฐานจริยธรรม

25 มี.ค.2564 ศาลฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า ป.ป.ช. บรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหา พร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ และดำเนินการครบถ้วนตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 จึงมีคำสั่งให้รับคำร้อง และมีคำสั่งให้ น.ส.ปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละเเจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ