เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบและเอาผิดกรณีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 ให้ตำรวจบุรีรัมย์ ระบุฝีมือกลุ่มการเมืองเป็นต้นเหตุทำให้การกระจายวัคซีนบิดเบี้ยว

กระแสดราม่ากรณี ตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ 11 นาย ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มที่ 3 จากทางสาธารณสุข อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ทำให้โชเชียลพากันตั้งคำถามว่า ทำไมตำรวจถึงได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ทั้งๆ ที่คนไทยกว่า 50 ล้านคนยังไม่ได้ฉีกเลยสักเข็มเดียว ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจบุรีรัมย์ชี้แจงว่า เป็นการใช้วัคซีนเหลือก้นขวดและใช้ฉีดให้กับตำรวจด่านหน้าที่ไปรับผู้ป่วยกรุงเทพฯ กลับบ้านตามโครงการทำดีด้วยหัวใจสู้ภัยโควิดด้วยศรัทธาเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมยังแคลงใจและฟังไม่ขึ้น

 

ล่าสุด วันนี้ (27 ก.ค. 2564) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกรณีนี้ เนื่องจากเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.27 ประกอบ ม.47 โดยตรง อีกทั้งอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.โดยชัดแจ้ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมของการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่รายงานของทีดีอาร์ไอระบุว่า “การกระจายวัคซีนบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามลำดับความสำคัญตามยุทธศาสตร์ ดังนั้น การที่บางจังหวัดเช่นบุรีรัมย์ มีการฉีดวัคซีนมากเป็นลำดับที่ 11 ของประเทศ แม้ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ไม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลัก และไม่อยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีความเร่งด่วนในการได้รับวัคซีนตามแผนการกระจายวัคซีน กรณีนี้ รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานที่มั่นทางการเมืองอยู่ จ.บุรีรัมย์ ต้องมีคำตอบให้กับสังคมในเรื่องนี้

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

เพราะหากปล่อยให้การจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นไปโดยอำเภอใจของฝ่ายการเมืองและข้าราชการเส้นใหญ่บางจำพวกหรือพวกมือที่มองไม่เห็น การกระจายวัคซีนที่ควรจะเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมให้กับคนทั้งประเทศก็คงจะบิดเบี้ยวต่อไป