เชียงใหม่ - บริษัทรถพยาบาลชี้แจง กรณีถูกกล่าวหาว่านำคนไข้โควิด-19 จากพื้นที่กทม.มาทิ้งไว้ที่หน้า รพ.ในจังหวัดเชียงใหม่ ระบุญาติยืนยันประสานงานมีเอกสารติดตัวคนไข้มาด้วย แต่พอมาถึงรพ.สนามกลับไม่มีข้อมูล ญาติแจ้งให้พาไปตรวจโควิดที่รพ.เอกชน ยืนยันไม่ได้ทิ้งคนไข้

     เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีข่าวในโลกออนไลน์ได้นำเสนอว่า  รถพยาบาลของบริษัทรถพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ นำคนไข้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพื้นที่กรุงเทพฯ มาส่งที่หน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่มีการแจ้ง Call center หรือโรงพยาบาลมาก่อนและปล่อยให้คนไข้เดินเข้าไปในโรงพยาบาลเอง ทำให้พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลดังกล่าวจำนวนหนึ่งต้องกักตัว เพื่อสังเกตอาการ และทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จะทำการดำเนินคดีนั้น 

         ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้รับการติดต่อจากนายณัฐวุฒิ รัศมีธรรมจักร กรรมการผู้จัดการ หจก.สยามทรานร์เฟอร์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลรถพยาบาลเอกชนคันที่ปรากฏในข่าว ได้นำหลักฐานพร้อมคนขับรถพยาบาล ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น กับผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากที่มีข่าวออกไป ในโลกออนไลน์ได้มีการแสดงความคิดเห็นและแชร์ข่าวไปในเชิงลบ ทำให้หจก.สยามทรานร์เฟอร์ เซอร์วิส ได้รับความเสียหาย

รถพยาบาลเชียงใหม่ วอนขอความเป็นธรรมไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยโควิด

     นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าวัน์ที่ 25 ก.ค. 64 เวลาประมาณ 05.30 น. - 06.30 น. โดยรถพยาบาลได้ไปรับคนไข้โควิด-19 จริง จำนวน 2 ราย แต่ไปรับมาจากจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นการไปรับคนไข้กลางทาง  เนื่องจากว่า ได้รับการประสานมาจากญาติของคนไข้ว่า ทางรถพยาบาลที่ออกมาจากต้นทางไม่สามารถเดินทางมาส่งถึงจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากว่ามีความอ่อนล้า จากการปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาอย่างหนัก 

          ทางบริษัทจึงรับช่วงต่อโดยนัดรับคนไข้ที่จังหวัดกำแพงเพชร ในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 ก.ค.2564  โดยได้สอบถามทางญาติแล้วว่ามีเอกสารและประสานงานกับทางจังหวัดเชียงใหม่ไว้แล้วหรือไม่ ทางญาติยืนยันว่าได้ประสานงานแล้วมีเอกสารติดตัวคนไข้มาด้วย ทางบริษัทเองจึงตกลงไปรับ เพราะคิดว่าถ้าหากไม่ได้ประสานงาน   หรือทำเรื่องแจ้งตามระเบียบแล้ว ไม่น่าจะสามารถออกจากกรุงเทพฯได้

รถพยาบาลเชียงใหม่ วอนขอความเป็นธรรมไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยโควิด

   นายณัญวุฒิ กล่าวอีกว่า    การไปรับตัวไม่ได้ไปรับในปั๊มน้ำมัน แต่ไปนัดรับคนไข้ในจุดที่ไม่มีผู้คนโดยให้รถพยาบาลทั้ง 2 คันจอดเทียบกัน แล้วให้คนไข้เปลี่ยนรถโดยทันที ทางคนขับรถได้มีการถามย้ำกับคนไข้และโทรกลับไปถามญาติของคนไข้ว่า มีการประสานงานและยืนยันตามระเบียบแล้วหรือไม่ ทางญาติยืนยันว่าดำเนินการแล้ว จึงได้ขับรถมาที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยก่อนถึงจังหวัดเชียงใหม่ทางเจ้าหน้าที่ขับรถได้มีการโทรศัพท์หาศูนย์ประสานงานของจังหวัดเชียงใหม่แล้วหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย อาจเพราะช่วงเวลาเป็นช่วงเช้ามืด หรืออาจมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทางรถพยาบาลจึงนำคนไข้ ไปส่งที่โรงพยาบาลสนามตามที่มีการแจ้ง

     แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ลงไปประสานงานกับทางโรงพยาบาลสนาม โดยในคนไข้รออยู่ในรถ ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนามแจ้งว่าไม่ได้รับการติดต่อ  หรือมีข้อมูลของคนไข้ทั้ง 2 คน และผลตรวจไม่ใช่ผลตรวจแบบ PCR จึงให้ไปตรวจหาเชื้อใหม่ที่โรงพยาบาลที่รับตรวจ ทางเจ้าหน้าที่ขับรถได้โทรศัพท์กลับไปหาญาติของคนไข้ ญาติของคนไข้ได้ตอบกลับมาว่าให้ไปที่โรงพยาบาลเอกชนได้เลย เพราะญาติได้ติดต่อโรงพยาบาลเอาไว้แล้ว 

       หลังจากนั้น  รถพยาบาลจึงนำคนไข้ไปตรวจ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลในเวลาประมาณ 05.30 น. ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ได้รับการประสานงานเข้ามา ทางรถพยาบาลจึงจอดรอการประสานงานหน้าโรงพยาบาลโดยที่คนไข้ทั้ง 2 คนยังอยู่บนรถ ต่อมาในเวลาประมาณ 6.30 น. ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลแจ้งว่าให้คนไข้ลงมาเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลในโซนที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ คนไข้ทั้ง 2 คนจึงไปรับการตรวจ แล้วรถพยาบาลได้เคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาล เพราะถือว่าจบภารกิจแล้ว

รถพยาบาลเชียงใหม่ วอนขอความเป็นธรรมไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยโควิด รถพยาบาลเชียงใหม่ วอนขอความเป็นธรรมไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยโควิด

     นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัดเชียงใหม่โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองจึงเรียนไปตามข้อเท็จจริง ว่าไม่ได้มีเจตนาลักลอบเอาคนไข้เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เพียงแต่เรื่องที่เกิดขึ้น มาจากการประสานงานที่ผิดพลาด เพราะว่าทางรถพยาบาลไม่ได้ดำเนินการในส่วนของการแจ้งย้ายคนไข้ โดยคนไข้หรือญาติจะต้องเป็นคนประสานงานจากจังหวัดต้นทางและจังหวัดปลายทางเองทั้งหมด โดยทางบริษัทเองมีระเบียบตรวจสอบเช่นเดียวกัน ทำให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการเตือนว่า หลังจากนี้ควรตรวจสอบให้ดีมากกว่านี้ แต่จะยังไม่มีการดำเนินคดี

     พอหลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว ทางบริษัทได้ระงับการให้บริการไว้ชั่วคราว ส่วนเรื่องของคดีความทางบริษัทได้มีการปรึกษาทนายแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีใคร ที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทุกอย่างเก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว ที่บริษัทออกมาพูดในวันนี้ เพราะอยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยบริษัทมีหลักฐานยืนยันความจริงทุกประการ ขอยืนยันว่าทางรถพยาบาลไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยแต่อย่างใด โดยทางบริษัทอยากจะขอความเป็นธรรมมา ณ ที่นี้ด้วย