สหรัฐอเมริกา กำลังเกิดการระบาดใหญ่ในหมู่ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ดร.แอนโธนี เฟาซี หมอใหญ่สหรัฐฯ ชี้ ประเทศกำลังเดินผิดทาง หลังโควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่ ระบุ อาจจะต้องกลับมาพิจารณาเรื่องการใส่หน้ากากและการฉีดวัคซีนเข็ม 3

วันนี้ (27 ก.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (26 ก.ค.) ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากโควิดสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งการติดเชื้อในระดับสูงเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำลังพิจารณาแก้ไขเรื่องหน้ากากสำหรับชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนไม่ต้องใส่แล้ว อาจต้องกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้งเพื่อควบคุมการระบาด รวมไปถึงการศึกษาวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับกลุ่มเปราะบาง

สถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐฯ กำลังกลายเป็น "การระบาดใหญ่ในหมู่ผู้ไม่ได้รับวัคซีน" ดร.เฟาซี เผย แม้ปัจจุบันจะมีประชากรมากกว่า 162.7 ล้านคน หรือ 49% ของประชากรทั้งหมด ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านการฉีดวัคซีนจนถึงเมื่อเดือนเมษายน หลังจากนั้นอัตราการฉีดวัคซีนเริ่มลดลง เนื่องจากรัฐทางใต้มีแนวคิดต่อต้านการฉีดวัคซีน อาทิ ฟลอริดา เท็กซัส และมิสซูรี ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรายวันกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ยอดติดเชื้อเคยลดลงไปเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน

 

ดร.เฟาซี กล่าวว่า รัฐบาลท้องถิ่น ต้องสนับสนุนให้ประชาชนออกมารับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำจำเป็นต้องรีบดำเนินการมากยิ่งขึ้น

 

การระบาดโควิด19 ระลอกใหม่ ได้เพิ่มยอดติดเชื้อสะสมของประเทศเป็นมากกว่า 34 ล้านรายและผู้เสียชีวิต 610,000 รายวิเวก เมอร์ธี ศัลยแพทย์ทั่วไปของสหรัฐฯ เผยว่า การเสียชีวิตจากโควิด19 ในสหรัฐฯ กว่า 99.5% เกิดขึ้นในหมู่คนที่ไม่ได้รับวัคซีน