ผวากันทั้งสถานี ผู้โดยสารมีไข้สูงปากไม่รับรส หวั่นเป็นผู้ป่วยโควิด เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม เพื่อจะกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด หลังจากคิวเต็มไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อที่ กทม.

26 กรกฎาคม 2564  ศูนย์วิทยุกู้ภัยสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสีแดงเข้ม  มีอาการปวดหัวมีไข้ จึงได้ประสานโรงพยาบาลสุรินทร์พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสุรินทร์ รีบรุดมายังสถานีรถไฟเพื่อตรวจสอบพร้อมกับรับไปทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19  เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองสุรินทร์ มาถึงพบเป็นหญิง 2 ราย ทราบชื่อต่อมาว่าชื่อนางสุนิสา เกิดทรัพย์ อายุ 43 ปี มีบ้านพักเลขที่ 37 หมู่ 4 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีอาการป่วยมา 1 อาทิตย์แล้ว ได้ทานยาฟ้าทะลายโจรมาตลอด สอบถามทราบว่ามาจากกรุงเทพฯ โดยรถไฟขบวน 135 กรุงเทพ-อุบลราชธานี นั่งมาตู้ที่ 3 

ผวากันทั้งสถานี 2ผู้โดยสารมีไข้สูงปากไม่รับรส หวั่นเป็นผู้ป่วยโควิด

ออกจากกรุงเทพฯเวลา 06.40 น. มาถึง จ.สุรินทร์ 15.07 น. ส่วนคนที่นั่งอยู่ในตู้เดียวกันทราบชื่อต่อมาชื่อนางกรุณา ปัญญาวัน อายุ 52 ปี มีบ้านพักเลขที่ 269 หมู่ 2 ต.หนองเรือ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มีอาการไข้สูงปากไม่รับรส สอบถามทราบว่ามาจาก จ.สุมทรสาคร  ซึ่งทั้งสองคนได้มาจากพื้นที่เสี่ยงสีแดงเข้ม  และจากสภาพภายนอกที่ทีมข่าวเห็นทั้งสองรายมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย หน้าแดงและซึม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสุรินทร์ได้สอบประวัติเบื้องต้นและได้แจ้งไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์ให้มารับตัวแต่รถไม่ว่างออกไปรับผู้ป่วย จึงได้ให้รถกู้ภัยสุรินทร์มารับส่งโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส โควิด-19

ผวากันทั้งสถานี 2ผู้โดยสารมีไข้สูงปากไม่รับรส หวั่นเป็นผู้ป่วยโควิด
 

นางกรุณา ปัญญาวัน  ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า  ตนนั้นป่วยเป็นไข้มาได้2-3วันแล้ว และมีอาการไม่ดีผิดปกติ ตอนนี้ปวดหัวมีไข้และปากไม่รับรสชาด  ก่อนหน้านี้ตอนที่ตนอยู่ที่ สมุทรสาครตนนั้นขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดจากโรงพยาบาลที่มีประกันสังคมอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่ได้รับคิวตรวจสักที ไปที่ไหนก็ไม่ได้ตรวจเพราะคิวเต็มทุกวัน ตนจึงตัดสินใจจะกลับบ้านที่สุรินทร์ เพราะพี่สาวและแม่ก็บอกให้กลับมาบ้านเรา ซึ่งอยู่ในอำเภอชุพลบุรี ตนจึงเดินทางขึ้นรถไฟกลับบ้านมายังสุรินทร์ เพื่อจะมารักษาอาการป่วยของตน เมื่อถึงสุรินทร์แล้ว ตนรู้สึกอุ่นใจขึ้นเมื่อมาถึงบ้านเกิด

ผวากันทั้งสถานี 2ผู้โดยสารมีไข้สูงปากไม่รับรส หวั่นเป็นผู้ป่วยโควิด

ด้านนางสุนิสา เกิดทรัพย์  ผู้โดยสารอีกคน ที่มีอาการป่วยมา 7 วันแล้ว กล่าวว่า ตนนั้นอยู่ที่ กรุงเทพฯ ป่วยไม่สบายมาแล้วเป็นอาทิตย์ กินแต่ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และตนนั้นก็ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เช่นกัน จึงตัดสินใจกลับมาบ้านที่ ต.นาดี อ.เมือง จ. สุรินทร์ เพื่อจะมาเข้ารับการตรวจรักษาที่บ้านเกิด

ผวากันทั้งสถานี 2ผู้โดยสารมีไข้สูงปากไม่รับรส หวั่นเป็นผู้ป่วยโควิด
 


นางสาว กัญญาภัทร ใจดี เจ้าหน้าที่ลูกจ้างสมาร์ททีมที่ว่าการอำเภอเมืองสุรินทร์ (TST) ได้กล่าวกับทีมข่าวว่า ตนนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่จนถึงขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ขบวนที่ 135 ที่ว่าจะมีขบวนพาผู้ป่วยกลับบ้านแต่ได้ล้มเลิกไปแล้ว ตนนั้นก็ได้ตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารทั้งสองคนตามปกติ และสังเกตเห็นว่า ผู้โดยสารหญิงทั้งสองคนนั้นกำลังนั่งรอใครอยู่ ตนจึงสอบถาม ถึงได้รู้ว่า ผู้โดยสารหญิงทั้งสองคนนั้นเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง นั่งมาตู้ที่3 ทั้งสองคน และมีอาการป่วยมาหลายวันแล้ว ตนจึงให้ทั้งสองรายนั่งพักคอยรอเจ้าหน้าที่มารับตัว และโทรประสานทางปกครองจังหวัดและกู้ภัยสุรินทร์ให้มารับตัวผู้ป่วยทั้งสองคนนี้ไปทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยตนและเจ้าหน้าที่ที่ทำการคัดกรองนั้น ก็ระมัดระวังเว้นระยะห่างกับผู้ป่วยทั้งสองรายตลอดเวลาที่อยู่ในสถานีรถไฟ
โดย - วิจิตร  ชุณหกิจขจร