ซึ่งทั้ง 9 โรงพักที่เข้าร่วมโครงการนี้ มีตำรวจด่านหน้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 11 นาย ในส่วนของ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ที่เป็นกระแสข่าว และในส่วนอีก 8 โรงพักที่เหลือ ถ้าวัคซีนมีเศษเหลือ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องหรือเบียดบังโควตา ของเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ ก็เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็คงจะจัดสรรในส่วนเศษที่เหลือ ให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและทำการฉีดให้กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้สำหรับโครงการทำดีด้วยหัวใจสู้ภัยโควิดด้วยศรัทธา ทางสถานีตำรวจภูธรพุทไธสง ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายปกครอง ฝ่ายสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำโครงการโดยจัดยานพาหนะ บุคลากร และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ในรูปแบบจิตอาสา เพื่อเป็นยานพาหนะเดินทางไปรับผู้ติดเชื้อที่มีความต้องการกลับมารักษาตัวกลับ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือสั่งการให้สถานีตำรวจสำรวจยานพาหนะและมีความพร้อมในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นการเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือในการรับญาติที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นกลับมารักษาที่บ้าน หรือสถานพยาบาลในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนยานพาหนะในการรับส่งผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาลในภูมิลำเนา และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่รับความเดือดร้อนในภาวะวิกฤต รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้องค์กรตำรวจ จึงได้จัดโครงการทำดีด้วยหัวใจสู้ภัยโควิดด้วยศรัทธาขึ้นนำร่องโดย มีสถานีตำรวจภูธรในสังกัด ภ.จว.บุรีรัมย์ เข้าร่วมดำเนินการจำนวน 9 สถานี คือ สถานีตำรวจภูธรลำปลายมาศ, สถานีตำรวจภูธรพุทไธสง, สถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์, สถานีตำรวจภูธรหนองหงส์, สถานีตำรวจภูธรชำนิ, สถานีตำรวจภูธรนาโพธิ์, สถานีตำรวจภูธรคูเมือง, สถานีตำรวจภูธรทะเมนชัย, สถานีตำรวจภูธรหินเหล็กไฟ
ข่าว สุรชัย พิรักษา