ตร.เผยกำลังตรวจสอบหลักฐานกรณีดารา-ผู้มีชื่อเสียงออกมา call out ชี้แม้เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้ แต่หากมีการพาดพิงหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันนี้ของมวลชน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และกลุ่มฮาเลย์ ที่รวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่ในช่วงบ่ายวันนี้เป็นต้นไป ส่วนปลายทางแต่เดิมการข่าวพบว่าจะเคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ล่าสุดเชื่อว่าเป็นการเคลื่อนไหวโดยรอบพื้นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแทน ซึ่งตำรวจประเมินสถานการณ์ไว้ว่าจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่เกิดการกระทบกระทั่งเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทางตำรวจก็ต้องมีมาตรการคุมเข้มตามสถานที่สำคัญต่างๆ และเตรียมกำลังตามขั้นตอนปฏิบัติ เพื่อพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้น

 

และย้ำว่าการชุมนุมทุกประเภทในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งตำรวจพบการกระทำคววามผิดในหลายพื้นที่ และตำรวจแต่ละท้องที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่นเดียวกับการชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายพื้นฐาน และบางทีเป็นจังหวัดควบคุมสูงสุด ตำรวจก็ต้องวางมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันเหตุไว้ก่อน ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับขอให้ประชาชนรู้จักหน้าที่ของตนเอง และไม่กระทำการใดที่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น

 

ด้านพลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะต้องใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ , ถนนราชวิถี, ถนนพญาไท, ถนนดินแดง ตรวจสอบสภาพจราจรก่อนเดินทาง เพราะหากผู้ชุมนุมรวมตัวลงพื้นผิวจราจร หรือมีการเคลื่อนขบวน ก็จะต้องปิดถนนโดยปริยาย โดยประชาชนสามารถตรวจสอบเส้นทางได้ที่สายด่วน 1197

 

ส่วนกรณีการดำเนินคดีกับดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ออกมา call out หรือวิพากษ์วิจารณ์โจมตีการทำงานของรัฐบาล พลตำรวจตรีปิยะ ระบุว่า พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของกองบัญชาการตำรวจนครบาล อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ตามที่มีผู้มาร้องทุกข์ไว้ พร้อมยืนยันไม่ใช่คณะทำงานที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งของรัฐบาล และการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่หากมีการกล่าวหาพาดพิง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี 

 

ส่วนที่มีผู้รู้ทางกฎหมายหลายฝ่ายออกมายืนยันว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยสุจริต สามารถทำได้นั้น ย้ำว่าต้องดูรายละเอียดและบริบทของข้อความ  เช่น กรณีวิจารณ์ว่าวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ หากเปรียบเทียบว่า สื่อมวลชนซื้อกล้องจากผู้ขาย แล้วถูกกล่าวหาว่า สื่อมวลชนซื้อกล้องไม่มีประสิทธิภาพ ซื้อมาในราคาแพงเกินจริง ได้ผลตอบแทนจากการจัดซื้อครั้งนี้ ก็ย่อมทำให้สื่อมวลชนเสื่อมเสียชื่อเสียง ดังนั้นจึงเข้าข่ายผิดกฎหมายได้