แห่ชื่นชมแท็กซี่พลเมืองดี อาสาช่วยเหลือนำตัวชายเร่ร่อน นอนฟุบอยู่ริมถนนย่านห้วยขวาง ส่งโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบว่า เป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดหรือไม่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (21 ก.ค.) ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุพบชายนอนหายใจรวยริน อยู่บริเวณหน้าร้านข้าวต้มเจ๊เล็ก-เจ๊หมวย ปากซอยประชาสงเคราะห์ ​39 เขตดินแดง

 

จากการตรวจสอบพ พบเป็นชายเร่ร่อน อายุระหว่าง 35-40 ปี ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย พูดสื่อสารไม่ได้ ทำได้เพียงกะพริบตาเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานหน่วยงานต่างๆ รับตัวไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีหน่วยใดเข้ามารับตัวในช่วงเวลานั้น

ชายเร่ร่อนนอนรอความตาย

กระทั่งแท็กซี่คันหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู อาสารับตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ โดยมีอาสาคนอื่น สวมใส่ชุด PPE ช่วยกันอุ้มขึ้นท้ายรถ

 

สำหรับโชเฟอร์ที่เข้าช่วยเหลือครั้งนี้ คือ นายก้าวหน้า ขำภักดิ์ อายุ 34 ปี เปิดเผยว่า ขณะที่ขับรถแท็กซี่จากแยกห้วยขวางมุ่งหน้าประชาอุทิศ ได้ยินวิทยุของมูลนิธิร่วมกตัญญูขออาสาสมัครตรวจสอบผู้ป่วยยังจุดเกิดเหตุ  จึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพบผู้ป่วยนอนหายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถพูดจาตอบคำถามได้ ทราบจากประชาชนที่ขายอาหารบริเวณดังกล่าวว่า ชายคนดังกล่าวเป็นคนเร่ร่อน โดยไม่ได้มาขอข้าวกิน 3 วัน 3 คืนแล้ว อาศัยนอนที่ลานจอดรถภายในซอยประชาสงเคราะห์ 41 กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนนำร่างของชายคนดังกล่าวมายังบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เช้าและนอนอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน

ชายเร่ร่อนนอนรอความตาย

นายก้าวหน้า บอกอีกว่า ขณะที่กำลังหาทางช่วยเหลือนั้น หน่วยกู้ชีพเอราวัณได้เข้ามาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับมีการประสานโรงพยาบาลปลายทางแต่ไม่สามารถรับรักษาผู้ป่วยได้  จึงอาสานำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหนังสือส่งตัวจาก สน.ห้วยขวางประกอบเป็นหลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่เอราวัณได้นำชุด  PPE ถุงเท้าคลุม สวมแมส 2 ชั้นและเฟซชิล เอี๊ยมสีฟ้าคลุมอีกชั้นหนึ่งให้กับตนและจัดการปิดกั้นบริเวณช่องระหว่างผู้โดยสารและคนขับ เพื่อนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลตำรวจ

ชายเร่ร่อนนอนรอความตาย

นายก้าวหน้า เปิดเผยอีกว่า ขณะนั้นผู้ป่วยยังคงมีชีพจรและลืมตาได้ส่วนผู้ป่วยจะติดโรคโควิด-19 หรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ตนก็ต้องใชัความระมัดระวังสูงสุด หลังจากการนำส่งตัวผู้ป่วยเรียบร้อยแล้วตนได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถอย่างดี

 

“ผมยินดีที่จะให้การช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้เพราะผมไม่อยากเห็นสภาพคนตายอยู่ริมถนนอย่างเมื่อวันก่อนที่ผ่านมาอีกแล้ว เมื่อประสบเหตุจึงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทันที”