ด้านนายคำอี๊ด ขัตติยานนท์ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า วันนั้นที่เกิดเหตุ ตนได้ไปดูพื้นที่ว่ามีคนมาจากจังหวัดเสี่ยง ตนก็ได้ลงพื้นที่ตอนเช้า ได้ถามกับ อสม.ว่าได้นำมาทำข้อมูลอะไรไหม ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก เขาก็กล่าวหาว่าตนไม่พอใจทำงานแบบนี้ ข้อเท็จจริงมันเป็นแบบนี้ ว่าเขาอาจไม่พอใจตนหรืออะไรก็แล้วแต่ เกี่ยวกับคนมันมีอคติต่อกัน การทำร้ายร่างกายตนไม่ได้ทำรุนแรงมีพยาน ซี่งวันนั้นคนอยู่เยอะ เขานำไปลงเฟซบุ๊กโพสต์โน้นนี่นั้นทำเหมือนกับตนเป็นจำเลยในสังคม
" โดยวันนั้นผมก็ไม่ได้ทำรุนแรง ผมแค่กำมือแล้วทุบไปที่หัวไล่แล้วพูดบอกกับเขาว่าฟังผมก่อน ๆ แต่เขาก็โวยวาย ซึ่งที่แล้วมานานนับปีเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาตลอด โดยผมมีคดีกับเขาเรื่องกองทุนหมู่บ้านเขากล่าวหาผมว่าผมปลอมแปลงเอกสาร เขาจะทำทุกเรื่อง ก็ประมาณ 4 เรื่อง เป็นเรื่องเป็นราวไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องเรื่องวัว,เรื่องกองทุนหมู่บ้าน,เรื่องสอบเขตที่สาธารณะ,และเรื่องทำร้ายร่างกายสอบเขต ตลอดที่มีเรื่องกันไม่เคยมีการพูดคุยกัน เกิดเรื่องประมาณวันที่ 18-19 ก.ค.2564 ไม่มีการพูดคุยกัน ส่วนของตำรวจก็ยังไม่ได้เข้าไปพบ มีแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งมาว่า ผมถูกแจ้งความ ทางผมจึงบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะเข้าไปพบพร้อมกับให้ปากคำอีกที"นายคำอี๊ด กล่าว
และว่า ผมยอมรับว่าได้กำมือทุบไปที่ไหล่นางศิริลักษณ์จริง สาเหตุที่ตนเองทุบไปนั้นเพื่อสอบถามว่าได้รายงานเรื่องของไวรัสโควิด-19ไปยังอำเภอแล้วหรือยัง เพื่อที่จะหยอกเล่น แต่ต้องมากลายเป็นประเด็นระหว่างเรื่องของพิพาทที่ดินซึ่งตนเองเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนกับญาติพี่น้องของนางศิริลักษณ์ จึงเป็นเรื่อง ส่วนเรื่องที่ว่าตนดื่มสุราในวันนั้นตนยอมรับว่าดื่มจริง แต่ไม่ได้เมาแน่นอน
ด้านนายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า เรื่องที่ผู้ใหญ่บ้านได้ถูกกล่าวหาว่าได้ไปทำร้าย อสม. ทางอำเภอได้รับเรื่องไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2564 เป็นหนังสือของผู้ร้อง ซึ่งทางอำเภอได้อ่านข้อความแล้ว จะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยจะเรียกคู่กรณีเป็นผู้ใหญ่บ้านและอยู่ในระเบียบวินัยและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยและเป็นผู้นำชุมชน และผู้เสียหายซึ่งเป็น อสม. เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ก็จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายให้ทราบในรายละเอียด เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียหายถูกผู้ใหญ่บ้านใช้มือตีไปที่ด้านหลัง 1 ครั้ง จากการรายงาน ผู้เสียหายเองก็ไปดำเนินการร้องทุกข์ฝ่ายพนักงานสอบสวนของ สภ.ศีขรภูมิ ในส่วนของทางศูนย์ดำรงธรรมของ อ.ศีขรภูมิ นั้น จะทำการเร่งรัดในการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย และจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด แต่เท่าที่ทราบมาว่าทั้งสองคนเคยมีเรื่องบาดหมางกันอยู่ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวกันไม่เกี่ยวกับเรื่องงานก็เป็นคดีเป็นความกันก็ว่ากันไปตามกฏหมาย จะยังไงก็แล้วแต่ทางอำเภอเองก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อไป
โดย - วิจิตร ชุนหกิจขจร