ตอนนี้ผมมองเห็นระบบนี้มันกำลังไปสู่ทางตัน เหมือนต้นไม้ใหญ่ 500 ปี ที่ดูเหมือนจะมีร่มเงาให้คนจำนวนมากได้พักพิง แต่รากมันโคตรเน่า และในไม่ช้ามันก็จะไม่สามารถผลิตใบ ได้แค่รอวันที่รากมันยึดลำต้นไม่ไหว เผยความจริงว่าไอ้ที่เรานึกว่านี่แหละคือที่พักพิง ดูแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ มันกำลังจะตาย แต่ถ้ามันไม่ตาย คนที่ต้องพึ่งพามันอาจตายแทน
ในระหว่างที่เรายังพึ่งตัวเองไม่ได้และยังต้อง rely on ต้นไม้รากเน่าต้นนี้ เราคงต้องหวังพึ่งพลังของคนที่มีระบบความคิด ที่ไม่มุ่งหวังจะเอาแต่ผลกำไร คนที่เริ่มเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือกัน แบ่งทรัพยากรกัน ไม่จำเป็นต้องกอบโกยไว้แต่เพียงตัวเองหรือพวกพ้อง คนที่มองเห็นถึงความสำคัญของการอยู่รอดร่วมกันอย่างยั่งยืน และสำคัญ คนที่มุ่งมั่นตั้งใจและอยู่ในภาวะที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงให้มันเกิดขึ้นได้จริง
ผมติดตามคุณทิมมาสักพักแล้ว ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงครับ ผมยังอยากหวังในระบบนี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่า มันไม่ใช่เพราะระบบอย่างเดียว แต่เพราะ user ด้วย"
เมื่อข้อความชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีสมาชิกโซเชียลเข้ามารุมถล่มอย่างต่อเนื่อง จน “โทนี่ รากแก่น” ต้องพิมพ์ตอบว่า "พวกสามกีบก็ต้องเปิดใจยอมรับในความหลากหลายได้แล้ว ไม่งั้นก็จะเติบโตไปกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ฝักไฝ่ฝ่ายตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของผู้อื่นย้อนแย้งกับสิ่งที่ตัวเองเรียกร้องคือประชาธิปไตย”
ใจเย็นๆ ดูข้อมูลทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายตัวเองและฝ่ายตรงข้าม เอาข้อมูลมาสู้กัน อย่าเสพแค่ฝ่ายเดียว ลองเข้าไปดูฝ่ายตรงข้ามบ้างเขาคิดอะไร มันเหมือนโลกคู่ขนานเลยจะบอกให้ แล้วถ้ามันจริงไม่จริงยังไง เอาข้อมูลให้เขาจนกว่าเขาจะฟัง เขาผู้ใหญ่แล้ว ไม้แก่ดัดยาก เขาไม่ยอมรับสักที เพราะมันมีคนจำนวนมากที่เอาแต่ด่าๆๆๆๆๆๆ เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร ใช้ความสามารถของการเติบโตมากับเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ละเอียดอ่อนกับข้อมูล จะได้เถียงทันเค้าด้วยข้อมูลเน้นๆ
ส่วนพวกสลิ่มก็ยอมรับได้แล้วว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้แก้ไขความขัดแย้ง ไม่ได้ทำให้เกิดความสงบ เห็นๆ อยู่ว่าสังคมถูกแบ่งฝ่ายชัดยิ่งขึ้น และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก การเมืองมันละเอียดอ่อนมาก เพราะเราคิดกันว่าจะสามารถใช้ระบบเดียวในการปกครองคนที่มีความแนกต่างและหลากหลาย มันไม่มีทางถูกใจได้ทุกอย่างหรอก ไว้การเมืองที่ทุกคนหวังพึ่งพา มันดีขึ้น ดีจนคนส่วนมากพึ่งตัวเองได้ หวังว่าวันนั้นมันจะยังมีป่าให้เราปลูกนะครับ