ประธาน ก.อ. ขีดเส้นตายสอบ "เนตร นาคสุข" ปมสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา" ถึงสิ้นเดือนนี้ หลังเจ้าตัวเข้าให้ถ้อยคำ กก.สอบเดินหน้าอัยการเปลี่ยนความเร็วรถ ร่วมกับ ปปช.

14 ก.ค. 2564 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.)เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 7/2564 โดยมีวาระน่าสนใจเกี่ยวกับผลการสอบสวนวินัย นายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส.กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ลูกชายนักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง 

 

โดยภายหลังการประชุมเสร็จ 16.00 น. นายพชร ประธาน ก.อ.เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมานายเนตรได้ให้ความร่วมมือในการสอบสวน โดยให้ถ้อยคำกับกรรมการชุดนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ กับคณะ ซึ่งได้พิจารณาร่วมกับรายงานการสอบสวนของอัยการสูงสุด 2 สำนวนที่ได้รับมอบมาจากคณะทำงานที่ได้กลับความเห็นเป็นสั่งฟ้องนายวรยุทธใหม่อีกครั้ง กับสำนวนที่ได้มีการสอบนายเนตร เบื้องต้นที่ได้มีการพิจารณาไว้เเล้ว ส่วนหลักฐานพยานอื่นๆ นายกายสิทธิ์ก็ได้รวบรวมใกล้เสร็จเเล้ว โดยจะมีการขยายผลไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีการอ้างว่าเป็นอัยการคนหนึ่งดังกล่าว เพื่อจะได้มีการสอดคล้องกับการสอบสวนของคณะกรรมการ ปปช. ที่ระบุว่ามีการตั้งเรื่อง 

 

เเต่การสอบนายเนตรกับอัยการอีกคนหนึ่งอาจจะต้องเเยก เพราะนายเนตรเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในการสั่งคดี ว่าสั่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ เเละสั่งคดีโดยชอบหรือไม่ ส่วนอัยการอีกคนเป็นเรื่องการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของอัยการ

 

อย่างเรื่องการเปลี่ยนเเปลงความเร็วก็จะต้องไปสอบสวนร่วมกับบุคคลอื่นด้วย บทลงโทษก็จะเเตกต่างกัน เป็นคนละส่วน เพราะถ้าไม่เเยกการสอบสวนนายเนตรก็จะไม่เสร็จสิ้นเสียที  เเต่พยายามกำชับนายกายสิทธิ์เรื่องการสอบอัยการที่มีส่วนเปลี่ยนเเปลงความเร็ว ให้ร่วมมือกับ ปปช.เพื่อให้ผลสอบรัดกุมมากขึ้น ของนายเนตรอาจจะต้องสรุปผลสอบออกมาก่อน โดยตนให้เวลาภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ส่วนอัยการอีกคนก็ให้สอบโดยเร็ว ซึ่งนายกายสิทธิ์เองก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจ 

 

เมื่อถามถึงกรณีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดี อัยการอาญาธนบุรี ที่ได้ถูกศาลพิพากษาความผิดเมาแล้วขับ นายพชร กล่าวว่า วันนี้ก็มีการพิจารณากันเรื่องนี้ ซึ่งทาง อสส.ได้เสนอต่อที่ประชุมว่าเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง

 

แต่เนื่องจากนายปรเมษฐ์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ การที่เมาแล้วขับเป็นสิ่งที่ไม่ควรประพฤติอย่างยิ่ง จึงให้จัดทำบันทึกเพื่อว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไม่ให้ปฏิบัติตัวลักษณะดังกล่าวและประพฤติตามคำสั่งศาล พิพากษาลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นการรอลงอาญาหรือการรายงานตัว การบำเพ็ญประโยชน์ อย่างเคร่งครัด 

 

ส่วนในเรื่องการพิจารณาตำแหน่งก็ยังดำเนินการตามปกติเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเหตุเมาแล้วขับนั้นไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่เสื่อมเสียร้ายแรง เจตนาทุจริต อีกทั้งทางอัยการสูงสุดได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ก็เห็นควรเสนอบัญชีรายชื่อเพื่อพิจารณาโปรดเกล้าฯตามขั้นตอนต่อไป โดยจะมีการนัดประชุม ก.อ.อีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค.นี้

 

นายพชร ประธาน ก.อ. ระบุเพิ่มเติมว่า หากภายหลังกรรมการชุดกายสิทธิ์ สอบนายเนตร เสร็จสิ้น ถึงการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ เเล้วจึงจะเปิดเผยเหตุผลการสอบสวนทั้งหมดต่อไปได้