ขณะที่วัคซีนเสริมที่รัฐบาลเลือกใช้ คือ “ซิโนแวค” ก็เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิผลไม่สูงในการสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อ จึงไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อป้องกันการติดเชื้อในวงกว้างให้แก่ประชาชนไทยได้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีปัญหาเรื่องการกระจายวัคซีน พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีเอกภาพ ซ้ำยังแย่งบทบาทกันในการกระจายวัคซีน ทำให้เกิดหลายช่องทางในการลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีน ส่งผลให้ยุทธศาสตร์การกระจายวัคซีนบิดเบี้ยวไปหมด
บทสรุปของรายงาน ทีดีอาร์ไอ ก็คือ แม้ประเทศไทยเคยประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดในระลอกก่อนหน้า แต่เมื่อรัฐบาลดำเนินการผิดพลาดในการควบคุมโรคและการบริหารจัดการวัคซีน ประเทศก็กลับเข้าสู่วิกฤติด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง จนสูญเสียโอกาสในการฟื้นตัวสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว และสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีโลก
กรณีผิดพลาดนี้สมควรต้องมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบ และสมควรมีการแสวงหาข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ในเชิงลึก โดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระ คล้ายกับคณะกรรมการศึกษาและเสนอแนะมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการเงินของประเทศ หรือ ศปร. ที่ตั้งขึ้นหลังวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 (วิกฤตต้มยำกุ้ง) เพื่อถอดบทเรียนและป้องกันความผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต
อ่านรายงานฉบับเต็มของทีดีอาร์ไอได้ที่นี่