นายพรชัย ดาวเรือง ประธานกรรมการวัด เปิดเผยว่า ผู้หญิงคนนี้ได้มาอาศัยอยู่ที่วัดเป็นเวลายาวนานมาก นานกว่า 20 ปี โดยทำตัวเป็นโยมอุปัฏฐากเจ้าอาวาสวัด จากนั้นได้มาตั้งเต็นท์กั้นห้องชั่วคราวมาพักอาศัย ทั้งกลางวัน กลางคืนอยู่ที่วัดแห่งนี้ ชาวบ้านเคยออกมาเตือนกันครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปีก่อน แต่ยังดื้อดึงมาโดยตลอด ขณะเดียวกันเจ้าอาวาสก็เคยขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เจ้าคณะจังหวัดก็ไม่อนุญาต แต่ก็ได้แต่งตั้งให้ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านโนนดั่ง ตำบลโพนเขวา อำเภอเมือง ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของหลวงพ่อเจ้าอาวาสอีกตำแหน่งหนึ่ง ส่วนใหญ่เจ้าอาวาสจะไปอยู่ที่วัดบ้านโนนดั่ง เพราะบรรดาญาติ ลูกหลานไม่อยากให้อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังอยู่ที่วัดทำตัวเป็นผู้จัดการวัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ วันนี้ชาวบ้านประชุมกันจึงมีมติดำเนินการขั้นเด็ดขาด ให้ผู้หญิงคนนี้ออกจากวัดไป ด้วยการขนเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัวที่มาพักอาศัยที่วัดออกไปให้หมดด้วย หากไม่ยอมชาวบ้านจะไปร้องศูนย์ดำรงธรรมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัว และจะเสนอเทศบาลให้ปลดจากตำแหน่งประธานชุมชนโนนเขวาด้วย
ขณะเดียวกัน พระครูผาสุกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดพานทา เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นคนอนุญาตให้สีกา จตุพร หรือ ติ๋ม ผุดผ่อง ที่มาสมัครเป็นโยมอุปัฏฐากถวายข้าวน้ำพระ ช่วงเช้า ช่วงเพล มาโดยตลอด ต่อมาโยมก็ขอมาพักอาศัยโดยจะนำเต็นท์มากางอยู่ที่ด้านหลังของวัด ก็อนุญาตไปเพราะไม่ได้มีอะไรพิเศษอยู่แล้ว วัดเป็นของสาธารณชนทุกคน ต่อมามีเด็กกำพร้าพ่อแม่ตาย ก็เลยฝากโยมอุปัฏฐากคนนี้ได้เลี้ยงดูด้วย แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยพอใจ อาตมาก็เลยขอเจ้าคณะจังหวัดออกไปอยู่วัดบ้านโนนดั่ง บ้านเกิดตนเอง ก็มอบให้รองเจ้าอาวาสให้บริหารวัดไปพลางก่อนด้วย หากเกิดปัญหาชุมชนชาวบ้านไม่พอใจ ก็ดำเนินการตามเห็นสมควร อาตมาไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกวันก็ไปจำวัดอยู่ที่วัดบ้านโนนดั่ง มานานหลายเดือนแล้ว