ค่ำของวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ที่ วัดโพธิ์สว่าง ตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านหนองนารี ได้เดินทางออกมารวมกันที่วัดเพื่อร่วมประชุมปรึกษาหารือ จากกรณี พระมหาจักพงษ์ จักกธัมโม หรือ นาย จักรพงษ์ ทินวงศ์ อายุ 37 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์สว่าง ได้แอบหลบหนีออกจากวัดไป ราว 1 เดือนเศษ ก่อนที่จะมีชาวบ้านไปพบอยู่ในสมณเพศของปุถุชนคนธรรมดา สวมเสื้อผ้าปกติ ในเขตอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ โดยตอนแรกชาวบ้านที่พบนึกว่าคนหน้าตาเหมือนกัน แต่พอชาวบ้านจ้องมองดูอย่างชัด ๆ ปรากฏว่าชายดังกล่าวได้รีบเดินหลบหนีไป จึงมั่นใจว่าบุคคลผู้นั้นคืออดีตเจ้าวาดวัดโพธิ์สว่าง จากนั้นชาวบ้านได้เข้ามาภายในวัดเพื่อตรวจสอบสอบถามพระในวัดก็ไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสไปไหน ที่สำคัญที่สุดคือมีทรัพย์สินหลายอย่างของวัดหายไปด้วย อย่างเช่น โต๊ะของวัดจำนวนหลายตัว เก้าอี้ที่มีชื่อของวัดด้านหลังพนักพิง เต็นท์ที่ชาวบ้านนำมาถวายภายในวัด โฉนดที่ดินวัด สมุดบันทึกรายรับรายจ่ายของวัด ที่มีการบันทึกเงินทอดกฐินทอดผ้าป่าของวัดมากว่า 3 ปี และสมุดบัญชีเงินฝากของวัดก็หายไปด้วย
โดยเมื่อ 2 กค.2564 ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ประชุมมอบหมายให้ผู้นำหมู่บ้านได้ไปลงบันทึกแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรวังหิน ก่อนที่จะได้รับการประสานจากญาตินำโฉนดที่ดินของวัด สมุดบัญชีเงินฝากของวัด ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาแล้วกว่าสามปี มามอบให้วัดไว้คืน ส่วนโต๊ะเก้าอี้และเต็นท์ชาวบ้านได้ไปทวงและนำกลับคืนมาจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง บนเส้นถนน 226 ในเขตอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ได้นำมาเก็บไว้ที่วัดแล้ว ซึ่งวันนี้คณะกรรมการวัด ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้นำชุมชนชาวบ้านได้ร่วมกันออกมาประชุมหารือว่าจะดำเนินการเช่นไรต่อไป เพราะตอนนี้ทราบเบื้องต้นว่าอดีตเจ้าอาวาสได้ลาสิกขาแล้ว และไปอาศัยอยู่บ้านมารดาที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่สมุดบันทึกรายรับรายจ่าย เงินกฐิน เงินผ้าป่าของวัดหายไปรวมทั้งเงินที่ชาวบ้านเชื่อว่ามูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาทหายไปด้วย