เนชั่นทีวี

ข่าว

ศบค. เผย นโยบายปิดแคมป์ คนแห่กลับบ้าน ทำยอดติดเชื้อลามแล้ว 32 จว.

01 ก.ค. 2564 | tinakit_rat

ศบค. เผย นโยบายปิดแคมป์ คนแห่กลับบ้าน ทำยอดติดเชื้อลามแล้ว 32 จว.

ศบค. เผย ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังนโยบาย"ปิดแคมป์"ทำยอดผู้ติดเชื้อลามแล้ว 32 จังหวัด จากผู้ที่เดินทางออกจากกทม.และปริมณฑล สำหรับยอดติดเชื้อวันนี้รวม 5,477 ราย ดับเพิ่มอีก 57 ราย

วันนี้ (1ก.ค.64) ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายงานเพิ่มขึ้นเป็นคนที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้เกิดยอดติดเชื้อไปยังจังหวัดปลายทาง 32 จังหวัด โดยภาคเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน พิจิตร นครสวรรค์ จำนวน 20 ราย ภาคกลาง อ่างทอง สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี 23 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร 84 ราย และภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 ราย

 

ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงช่วยกักตัวเอง ไม่เดินทาง ไม่สัมผัสใกล้ชิด  ไม่ไปในพื้นที่ชุมชน อะไรที่เป็นกิจกรรมที่มีความจำเป็นจะต้องระมัดระวัง เรื่องมาตรการส่วนตัวอย่างเข้มงวด และขอให้จังหวัดได้มีการประกาศในพื้นที่รวมถึงติดตามผู้ที่เดินทางและย้ำไปยังโรงพยาบาลปลายทางในกรณีที่มีผู้วอล์คอินเข้ามารับบริการในโรงพยาบาล ขอให้ตรวจโควิด-19 ในทุกรายที่มีอาการปอดอักเสบ ไข้ ไอ มีเสมหะ และขอให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจอย่าปกปิดข้อมูลกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ระบบสาธารณสุข ยังสามารถดูแลประชาชนต่อไปได้ในระยะยาว

 

สำหรับรายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ค. ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 72 ของโลก สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,533 ราย ติดเชื้อในประเทศ 5,477 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 12 ราย ติดเชื้อจากเรือนจำที่ต้องขัง 44 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 235,971 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 264,834 ราย หายป่วยแล้ว 3,223 ราย หายป่วยสะสม 183,276 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 57 ราย เสียชีวิตสะสม 1,986 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 52,052 ราย ในโรงพยาบาล 24,454 ราย ในโรงพยาบาลสนาม 27,598 ราย อาการหนัก 1,971 รายใส่เครื่องช่วยหายใจ 566 ราย

 

ส่วนรายงานผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิตจำนวน 57 ราย เป็น ชาย 30 ราย หญิง 27 ราย อายุระหว่าง 30- 94 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 65 % เป็นชาวไทย 54 ราย กัมพูชา ปากีสถาน อินเดีย ประเทศละ 1 ราย โดยแบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 34 ราย สมุทรปราการ 9 ราย ปทุมธานี 3 ราย นครปฐม นครนายก จังหวัดละ 2 ราย ส่วนเชียงราย ชัยภูมิ สงขลา นครศรีธรรมราช นราธิวาส สมุทรสาคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย

 

ทั้งนี้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นโยบายการกระจายวัคซีนศบค. เน้นย้ำให้เร่งระดมฉีดในกลุ่มที่มีความเสี่ยง คืออายุเกิน 60 ปีและมีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ซึ่งในยอดวันที่ 30 มิถุนายน พบว่า ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี รวม 12 ล้านคนทั้งประเทศ เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว 1.33 ล้านคน คิดเป็น 10.7 % ในส่วนของ 7 กลุ่มโรค รวม 5.35 ล้านคน ฉีดวัคซีนแล้ว 6.8 แสนคน คิดเป็น 12.7 %

 

วันนี้มียอดผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 254,992  โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่ง 200,685 ราย เข็มที่สอง 54,307 ราย ขณะที่ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 สะสม 5,827,177 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่งสะสม 4,340,607 ราย สะสมเข็มที่สอง 1,486,570 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จำนวน 2564 จำนวน 9,927,698 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่งสะสม 7,110,854 รายสะสมเข็มที่สอง 2,816,844 ราย ทั้งนี้ประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุด โดยมีจำนวนประชากร 7,699,174 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่ง 2,411,559 ราย และเข็มที่สอง 817,199 ราย รองลงมาคือ สมุทรสาคร จำนวนประชากร 953,167 ราย ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก 178,809 ราย เข็มที่สอง 111,830 คน

 

สำหรับผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 12 ราย พบว่ายังมีการเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ จากเมียนมา 2 ราย วันที่ 25 มิถุนายน เพศชาย อายุ 54 ปี สัญชาติจีน เพศหญิงอายุ 23 ปี สัญชาติไทย อาชีพล่ามแปลภาษา 1 ราย และไม่ระบุอาชีพ 1 ราย ตรวจพบติดเชื้อมีอาการ 2 ราย เข้าพัก/รักษา LQ ตาก/ โรงพยาบาลเอกชนจังหวัดตาก และวันที่ 27 มิถุนายน เพศชาย 4 รายอายุระหว่าง 17-39 ปี เพศหญิง 1 รายอายุ 24 ปี สัญชาติไทย 5 ราย อาชีพรับจ้างทั่วไป 4 ราย ไม่ระบุอาชีพ 1 ราย พบผลติดเชื้อไม่มีอาการ 5 ราย เข้าพัก/รักษา LQ จันทบุรี/ โรงพยาบาลพระปกเกล้า 5 ราย ขณะที่ประเทศกัมพูชา พบว่ามีการเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติวันที่ 29 มิถุนายน เพศชาย 2 รายอายุ 20 ปีและ 21  ปี สัญชาติ กัมพูชา 2 ราย อาชีพไม่ระบุ พบติดเชื้อไม่มีอาการ 2 ราย รักษาพยาบาลพนัสนิคม

 

ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่วันที่ 1 กรกฎาคม 10 อันดับแรกกรุงเทพมหานคร 1,960 สมุทรปราการ 435 ราย ปทุมธานี 321 ราย สมุทรสาคร 289 ราย สงขลา 272 ราย ชลบุรี 261 ราย นครปฐม 231 ราย นนทบุรี 244 ราย ปัตตานี 180 ราย และยะลา 136 ราย

 

คลัสเตอร์ใหม่ พบในจังหวัดนครปฐม พื้นที่ดอนตูม โรงงานไก่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 104 ราย จังหวัดสระแก้ว  พื้นที่วังน้ำเย็น วิทยาลัยเทคนิค พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย

 

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในการหารือที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก มีการทบทวนมาตรการของ“ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ซึ่งโครงการนี้มีการหารือกันหลายเดือน และจังหวัดภูเก็ตได้ทำการบ้านมาอย่างรอบคอบ มีการนำเสนอในหลายที่ประชุม ทั้งครม. และคณะทำงานที่ปรึกษาของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในการเตรียมความพร้อมวันนี้ จะเป็นการตรวจเยี่ยมอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่มาถึงสนามบิน เป็นต้นไป ซึ่งมีมาตรการที่เข้มงวด โดยทางจังหวัดภูเก็ตมีการซักซ้อม เรื่องของแผนการจัดการกรณีพบการติดเชื้อ มีการรายงานการแพร่ระบาด ซึ่งซ้อมที่สนามบิน พื้นที่และการดำเนินการของภาคสาธารณสุข โรงพยาบาลในพื้นที่ ในแง่การเฝ้าระวังควบคุมโรค และระวังพื้นที่สถานที่

 

รวมถึงมาตรการส่วนบุคคล มีการเสนอแผนเผชิญเหตุหากพบผู้ติดเชื้อ จะต้องดำเนินการอย่างไร หรือหากพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเกณฑ์การจัดการจะเป็นอย่างไร เช่น หากพบรายงานการติดเชื้อหากพบ 15 คนต่อจำนวนประชากร  1 แสนคนใน 1 สัปดาห์ หมายความว่าประชากรของจังหวัดภูเก็ตที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง รวมถึงประชากรแฝงตัวเลขอยู่ประมาณ 547,000 คน หากหนึ่งสัปดาห์มีการติดเชื้อเกิน 15 คน ใน 1 แสนคน ซึ่งจำนวน 5 แสนคน คิดเป็น 75 คน หากในหนึ่งสัปดาห์เกิดขึ้น จะมีการทบทวนและชะลอยกเลิกโครงการ ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกมาตรการ เมื่อมีการประกาศใช้จะต้องมีการติดตามอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามหากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สามารถดำเนินการอย่างครบถ้วน ทุกภาคส่วนร่วมมืออย่างแข็งขัน สามารถทำได้ดี ก็จะเป็นโครงการนำร่องที่หลายจังหวัดเริ่มเสนอกันเข้ามาเช่น สมุยโมเดล ในอีก 15 วัน

 

ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการนำร่องในกลุ่มเกาะฝั่งอันดามัน ได้แก่ภูเก็ต กระบี่ พังงา และอ่าวไทย สมุย พงัน และเกาะเต่า ในส่วนพื้นดินได้มีการตระเตรียมการนำเสนอแผน พยามปรับมาตรการให้ภาคเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เช่น เชียงใหม่ บุรีรัมย์ นอกจากนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก ยังมีข้อเสนอว่า จังหวัดหรือพื้นที่อื่นๆที่มีความตั้งใจพัฒนาเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยว ขอให้ดูแบบประเมินตนเอง ซึ่งจะมีข้อแตกต่างในแต่ละจังหวัด ในสถานการณ์โรคระบาดจะต้องสามารถควบคุมได้และประชากรในจังหวัดหรือพื้นที่นั้นจะต้องได้รับวัคซีนเพียงพออย่างน้อย 70 % ของประชากรในพื้นที่ ก็สามารถเริ่มร่างมาตรการเสนอเพื่อการพิจารณาได้

 

ทั้งนี้ที่บางฝ่ายมองว่าการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มีความพร้อม แต่ทีมงานที่พยายามศึกษาหาข้อมูล  มีคณะทำงานหลายฝ่าย พยามเสนอมาตรการและเน้นย้ำว่าจะสามารถกำกับติดตามได้อย่างเข้มงวด ซึ่งตรงนี้จะทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันไม่ได้ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกได้แสดงความเห็นว่าในระยะยาว โควิด-19 จะยังไม่หายโดยเร็ว และยังอยู่กับประเทศไทยและโลก แต่จะไม่ก่อให้เกิดการระบาดที่รุนแรงหรือผู้เสียชีวิตเจ็บป่วยรุนแรงเป็นภาระต่อโลก จึงคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ที่ยังมาเป็นฤดูกาล ซึ่งสาธารณสุขต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

 

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าในการเปิดประเทศการ ผ่อนปรนมาตรการต้องมีความจำเป็น เพราะถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไม่เฉพาะภาคธุรกิจ แต่ยังรวมไปถึงกิจการโรงงาน สถานประกอบการ ที่มาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดต้องสอดคล้องกับบริบทความอยู่รอดของประชาชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคม ทั้งนี้ความเสี่ยงจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ อย่างที่หลายคนมีความเป็นห่วงที่นายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ซึ่งการประกาศไม่ใช่การตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มีการหารือกับคณะทำงาน หลายภาคส่วน และเน้นย้ำว่า 120 วันจากนี้ไป จะมีการกำกับติดตามมาตรการและขับเคลื่อนกระบวนการต่างๆอย่างเข้มงวด และหากในระหว่างนี้มีการพิจารณาจากคณะทำงานว่ายังไม่พร้อม แผนก็จะมีการปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ การประกาศ 120 วันถือเป็นทิศทางที่จะขับเคลื่อนทุกภาคส่วน

ข่าวล่าสุด