1.การกระทำของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ไม่เข้าประชุม (ข้อเท็จจริงปรากฏด้วยว่าบางท่านไปที่สภา แต่ไม่แสดงตน รวมถึงคุณวิรัชเองด้วย) ตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายรัฐสภา เรียกการกระทำนี้ว่า "การเตะถ่วงการตราตัวบทกฎหมาย" (Filibuster)
2.จากบทสัมภาษณ์ของคุณวิรัช ชี้แจงว่าที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมนั้น เพราะยังคุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วจะให้องค์ประชุมครับได้อย่างไร ลักษณะการกระทำและคำพูดมีความชัดเจนว่ามี "เจตนา" ที่จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการพิจารณาร่างกฎหมายได้
3.เมื่อการที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลรวมถึงคุณวิรัชร่วมใจกันไม่เข้าประชุมโดยมี "เจตนา" ตามที่ให้สัมภาษณ์ว่าเป็น "เทคนิค" ที่ทำขึ้น ตามหลักกฎหมายรัฐสภาแล้วเป็น "การละเมิดอำนาจรัฐสภา" (Contempt of Parliament) ซึ่งหมายถึง เป็นการจงใจที่จะสร้างอุปสรรค หรือขัดขวางการทำหน้าที่ของรัฐสภา ณ ที่นี้ก็คือ ทำไม่ให้สามารถดำเนินการพิจารณาร่างกฎหมายได้ตามที่อธิบายไปตามข้อ 2
4.การเจตนาเตะถ่วงการพิจารณาร่างกฎหมายถือเป็นการกระทำผิดที่กระทบต่อ "หลักการปฏิบัติเพื่อประโยชน์สาธาณะของฝ่ายนิติบัญญัติ" ที่เรียกร้องให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ต้องกระทำโดยไม่ชักช้าด้วย ดังนั้น จึงถือว่าเข้าข่ายขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ที่กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือเพื่อประโยชน์ประเทศ อุทิศเวลาให้กับการประชุม และพิจารณากฎหมายโดยไม่ชักช้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นไปตามภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในหมวดที่ ๗ รัฐสภา
5.ประเด็นนี้อยู่ในขอบข่ายการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะขัดต่อข้อบังคับหรือไม่อย่างไร และทำความเห็นต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อมีมติต่อไป หากเป็นกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็จะถูกส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปครับ