เทศบาลตำบลบ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ให้พนักงานห่อข้าวใส่ปิ่นโตมาทานที่สำนักงานแทนการออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอกเสี่ยงรับเชื้อโควิด แถมอนุรักษ์ผ้าพื้นเมือง ให้พนักงานและข้าราชการทุกคนนุ่งซิ่น ใส่โสร่งมาทำงานด้วย

29 มิถุนายน 2564 เทศบาลตำบลบ้านค้อ นำโดยนายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ พร้อมด้วย ข้าราชการพนักงานเทศบาลตำบลบ้านค้อ กว่า 100 คน ร่วมกันสวมใส่ชุดผ้าพื้นเมือง โดยผู้หญิงนุ่งซิ่น ผู้ชายใส่โสร่ง พร้อมกับมีการห่อข้าวมาทานที่สำนักงานเทศบาล เพื่อเป็นการลดการออกไปรับประทานอาหารกลางวันข้างนอก เสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังเป็นการลดโลกร้อน ในการใช้ถึงพลาสติกห่อกับข้าวมาด้วย โดยพนักงานทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเป็นโอกาสที่จะได้สวมใส่ชุดพื้นเมือง อีกทั้งยังเป็นการช่วยอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนในการซื้อชุดพื้นเมืองอีกด้วย 

เทศบาลบ้านค้อ เจ๋ง! พนักงานหิ้วปิ่นโตแทนทานร้านอาหารเสี่ยงโรค



นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ เปิดเผยว่า โครงการ "ใส่โสร่งนุ่งซิ่น ถือปิ่นโตมาเฮ็ดงาน" เป็นโครงการที่เทศบาลตำบลบ้านค้อมีเจตนาจัดขึ้นในช่วงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรค covid เป็นการลดการเดินทางออกไปทานอาหารมื้อเที่ยงนอกพื้นที่เทศบาลเพราะโดยปกติเมื่อพักเที่ยงพนักงานทุกคนก็มักจะออกพื้นที่ไปทานข้าวตามร้านอาหารซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยง เกี่ยวกับการติดเชื้อของโรคโควิด 19 โครงการนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้พนักงานได้หิ้วปิ่นโตหรือนำอาหารการกินที่ทำมาจากบ้านมาทานที่ทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆและอีกอย่างเป็นการลดการใช้ถุงพลาสติกหรือโฟมโดยการใช้กระติบข้าวหรือปิ่นโตที่นำมาใส่อาหารและถือมาทำงานเมื่อกินเสร็จก็ล้างทำความสะอาดกลับมาใช้ใหม่ได้ตลอด

เทศบาลบ้านค้อ เจ๋ง! พนักงานหิ้วปิ่นโตแทนทานร้านอาหารเสี่ยงโรค

นายจักรพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า "การใส่โสร่งนุ่งซิ่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่เจตนาหวังจะอนุรักษ์การแต่งกายผ้าพื้นบ้านทั้งชายและหญิงโดยทั่วไปแล้วการแต่งกายก็มักจะเป็นชุดยูนิฟอร์มหรือการแต่งกายเสื้อเชิ้ตตามรูปแบบของของแต่ละกองการที่รับผิดชอบก็จะมีสีต่างๆรูปแบบต่างๆที่กำหนดในแต่ละสัปดาห์ แต่การที่มีโครงการเพื่อให้พนักงานใส่โสร่งนุ่งซิ่นเป็นอีกวันหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศของการอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความคึกคักมี ความใส่ใจกับการแต่งกาย มีการชื่นชม เอ็นดู ซึ่งกันและกันกับการนำเสนอผ้าซิ่นผ้าไหม ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดจากปู่ย่าตายายและถือเป็นการอนุรักษ์การแต่งกายแบบโบราณที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจอย่างมาก ซึ่งการแต่งกายในรูปแบบนี้หากไม่ทำเป็นประจำก็จะรู้สึกเก้อเขิน เหนียมอายกับการที่จะต้องใส่ แต่เมื่อใส่แล้วก็รู้สึกมั่นใจ สบายตัว สบายกาย และทำให้มีความสุขเกิดรอยยิ้มกับการทำงานของวันนั้นๆ และการนุ่งใส่โสร่งหรือผ้าซิ่นรวมถึงเสื้อผ้าก็เป็นการอุดหนุนการซื้อขายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาหรือผ้าพื้นบ้านที่เกิดการค้าขายหมุนเวียนในชุมชนด้วย"

เทศบาลบ้านค้อ เจ๋ง! พนักงานหิ้วปิ่นโตแทนทานร้านอาหารเสี่ยงโรค