29 มิถุนายน 2564 พ.ต.อ.สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมเกียรติ ลิไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ เจ้าของคดี ได้ควบคุมตัวนายวิเชียร ชาลีผาม หรือตูบ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาฆ่าและฝังอำพรางศพบุพการี คือนายเป ชาลีผาม อายุ 72 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ที่บ้านโศกนาก ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ โดยจุดแรก คือ บริเวณเตียงนอนภายในบ้าน ที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันพ่อขณะนอนหลับช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 มิ.ย. โดยจำไม่ได้ว่าฟันไปกี่ครั้งกระทั่งพ่อนอนแน่นิ่งคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงนำมีดไปล้างในห้องน้ำ สักพักได้ยินเสียงพ่อร้องครวญครางจึงคว้ามีดเล่มเดิมไปฟันซ้ำอีกหลายครั้งจนขาดใจตาย แล้วก็นำมีดไปล้างเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วใช้ผ้าปูที่นอนเช็ดเลือดตามพื้น และใช้มุ้งพันแผลที่ศีรษะเพื่อไม่ให้เลือดหยด ก่อนจะลากศพไปทำการฝังอำพรางที่บริเวณหลังบ้านแล้วใช้ทางมะพร้าวปิดทับบนหลุมฝังศพด้วย เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น กระทั่งช่วงประมาณตี 5 ของวันที่ 25 มิ.ย. ก็เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน
จากนั้นก็ขโมยเอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนของพ่อไปจำนำที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง รวมกับบัตรของตัวเองด้วยได้เงิน 4,000 บาทเพื่อเป็นค่ารถหลบหนีไปกรุงเทพฯ ซึ่งขณะทำแผนที่บ้านหลังเกิดเหตุก็มีญาติและชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่บริเวณท่ารถในตัวอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ที่ผู้ต้องหาไปซื้อตั๋วและรอขึ้นรถเดินทางไปกรุงเทพฯ ก่อนจะถูกจับกุมตัวในท้องที่ของ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อคืนที่ผ่านมา
จากการสอบถามนายวิเชียร ผู้ต้องหา บอกว่า สาเหตุที่ฆ่าพ่อเนื่องจากแค้นสะสมที่พ่อชอบต่อว่าและพูดขัดขวางไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำหลายครั้ง อย่างเช่นตนบอกว่าอยากเป็น ส.ส.พ่อก็ตอบกลับมาว่าให้รอวันตาย เหมือนกับพ่อไม่สนับสนุนส่งเสริมไม่อยากให้ตนเองได้ดีกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วพ่อต้องสนับสนุนส่งเสริมลูกตัวเอง จึงคิดว่าหากฆ่าพ่อแล้วคงไม่มีใครมาขัดขวาง แต่ก็รู้สึกผิดและอยากขอโทษพ่อ ซึ่งขณะพูดจบนายวิเชียร ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษพ่อด้วย