ขณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตและคนในครอบครัว เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดเหตุเป็นคดีความรุนแรงในครอบครัว ส่วนผู้ตายก็เป็นผู้สูงอายุและผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกชาย ก็มีประวัติเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งเบื้องต้นก็จะช่วยเหลือเรื่องค่าจัดการศพให้แก่ผู้เสียชีวิต ส่วนผลกระทบด้านอื่นต้องรอดูเรื่องคดีอีกครั้ง ก่อนจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป
ด้านนางนภาพร ไวไธสง และนายกล มนัสสิลา ชาวบ้านโศกนาก ได้ออกมาระบุถึงกรณีที่มีญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลกับสื่อว่า ปมการก่อเหตุฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ เกิดจากผู้เสียชีวิตนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนไปจำนำยังร้านค้าแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง แล้วไม่ยอมแบ่งเงินให้กับลูกชายนั้น ส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งชาวบ้านต่างก็รู้ระเบียบเงื่อนไขในการใช้บัตร และเงินที่ได้รับก็เดือนละ 200 300 บาท คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงทำผิดระเบียบหรือกฎหมาย และไม่เชื่อว่าผู้เสียชีวิตจะเอาบัตรไปจำนำ ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าวทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับความเสียหาย ทั้งที่ยังไม่มีใครทราบข้อเท็จจริงเพราะคนตายก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาพูดหรือแก้ต่างให้กับตัวเองได้ ซึ่งก็ต้องรอฟังจากปากของผู้ก่อเหตุด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร