ส่วนผู้ที่อยู่ในชุมชน หรือ ที่อยู่อาศัยไม่เอื้อต่อการแยกกักตัว ก็จะมีการให้ทำจุดพักคอย หรือ Community isolation ซึ่งจะมีการประสานกับกลุ่มจิตอาสาและผู้นำชุมชน ร่วมกันดูแล
อธิบดีกรมการแพทย์ยอมรับว่า ขณะนี้สถานการณ์เตียงผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลรัฐอยู่ในขั้นวิกฤติทุกระดับ แต่เตียงโรงพยาบาลเอกชนยังพอมีเตียงผู้ป่วยว่าง แต่บางแห่งเลือกรับผู้ป่วย จึงอยากขอความร่วมโรงพยาบาลเอกชนให้ช่วยรับผู้ป่วยโควิด-19 ทุกระดับสี
สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่สามารถกักตัวได้ที่บ้าน (Home isolation) นั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
อายุน้อยกว่า 60 ปี ไม่มีอาการ (asymptomatic cases)สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่คนเดียว หรือมีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คนไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึง ดัชนีมวลกาย > 30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว > 90 กก.)ไม่ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ป่วยยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเองอย่างเคร่งครัดข้อปฏิบัติสำหรับการกักตัวที่บ้าน (Home isolation)1. ห้ามผู้ใดมาเยี่ยมบ้านระหว่างแยกกักตัว
2. ไม่เข้าใกล้หรือสัมผัสกับผู้สูงอายุหรือเด็กอย่างเด็ดขาด โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร
3. แยกห้องพัก ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น หากแยกห้องไม่ได้ควรแยกบริเวณที่นอนให้ห่างจากคนอื่นมากที่สุด และควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรนอนร่วมกันในห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ
4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน ควรรับประทานในห้องของตนเอง หรือหากรับประทานอาหารด้วยกันควรแยกรับประทานของตนเอง ไม่รับประทานอาหารร่วมสำรับเดียวกันหรือใช้ช้อนกลางร่วมกัน และรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตร
5. สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่อออกมาจากห้องที่พักอาศัย
6. ล้างมือด้วยสบู่หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจลทุกครั้งที่จำเป็นจะต้องสัมผัสกับผู้อื่นหรือหยิบจับของที่จะต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น
7. แยกซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอน ด้วยน้ำและสบู่หรือผงซักฟอก ควรใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้คนสุดท้าย ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำและหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ
สิ่งสำคัญ คือ หมั่นสังเกตอาการตนเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากมีอาการแย่ลง คือ มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ เช่น หอบ เหนื่อย ไข้สูงลอย ไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ ให้รีบโทรติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ และเมื่อต้องเดินทางไปโรงพยาบาลให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช้รถสาธารณะ พร้อมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทาง หากมีผู้ร่วมยานพาหนะมาด้วย ให้เปิดหน้าต่างรถเพื่อเพิ่มการระบายอากาศเพื่อความปลอดภัยแต่คนรอบข้าง