สุรินทร์-แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ วันที่ 2 หลังรัฐบาลเริ่มมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างวันแรก ขณะที่ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 จ.สุรินทร์ ออกประกาศมาตรการควบคุม แรงงานไทยกลุ่มเสี่ยง ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หลายฝ่ายวิตกเกรงแรงงานก่อสร้างไทยจะนำเชื้อมากระจายติดทั่ว

28 มิถุนายน 2564 หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงพร้อมทีมแพทย์ หลังเรียกประชุมร่วมกับศปก.ศบค. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา โดยได้สั่งการให้มีการปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลรวมไปถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา ,นราธิวาส, ยะลาและปัตตานี ที่มีการแพร่ระบาด โดยให้กระทรวงแรงงานจ่ายเงินชดเชยเยียวยาและดูแลทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว มาตรการดังกล่าวจะทดลองใช้เป็นเวลา 1 เดือน ขณะเดียวกันก็จะมีการจำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด แต่ยังไม่ใช่การล็อคดาวน์  ไม่มีการเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน เริ่มมาตรการในวันนี้ วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายนน ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น








มาตรการดังกล่าวส่งผลให้แรงงานไทยและต่างด้าว ต่างพากันเดินทางกลับบ้าน ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลจากหลายฝ่ายว่าแรงงานที่กลับบ้านนั้นจะนำเชื้อโควิด 19 ไปกระจายติดในแต่ละพื้นที่ยิ่งขึ้น  ทำให้ จ.สุรินทร์ โดยศูนย์ข้อมูลโควิด-19 จ.สุรินทร์ ต้องออกประกาศ ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดดังต่อไปนี้ปฏิบัติตามมาตรการ เมื่อเข้ามายังพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตรัง, นครปฐม, ปัตตานี, เพชรบุรี, สงขลา, สมุทรสาคร, สระบุรี, ยะลา, นราธิวาส 1.) ทุกคนต้องรายงานตัวต่อ อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนันหรือเจ้าพนักงานโรคติดต่อ 2.) ไม่ปกปิดข้อมูล บันทึกข้อมูลการเดินทางเพื่อประเมินความเสี่ยง 3.) กักตัว 14 วัน ณ ที่พักอาศัยหรือสถานที่ที่อำเภอจัดไว้ให้ ให้ อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือเจ้าพนักงานโรคติดต่อ สามารถนำตัวบุคคลเข้ากักตัวเฝ้าสังเกตอาการ หากพบว่ามีความเสี่ยงให้ขอรับการตรวจหาเชื้อได้ทันที หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558, พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด





 





แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2









ขณะที่วันนี้ (28 มิ.ย.64) เวลา 08.00 น. ที่จุดรวบรวมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ข้าง สนง.ตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  ได้มีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานก่อสร้างในหลายจังหวัด ทั้งหญิงและชาย พากันเดินทางกลับประเทศกัมพูชา โดยมีความประสงค์จะใช้ประตูด่าน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในการเดินทางกลับ กว่า 100 คน ลดลงจากเมื่อวานนี้ 1 เท่าตัว โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อคืนและเช้ามืดวันนี้  หลังจากนายจ้างได้นำแรงงานดังกล่าวมาส่ง และยังคงพบว่านายจ้างและคนขับรถส่งแรงงานต่างด้าว ยังคงนำชาวกัมพูชาไปทิ้งตามรายทางในพื้นที่อยู่บ้างแต่ลดลงจากเดิม หลัง ตม.กาบเชิง ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้นายจ้างนำส่งแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่จุดรวบรวมแรงงานต่างด้าว ข้าง สนง.ตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้น



แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2










แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2








 

ขณะที่ จนท.ตม.กาบเชิงต้องจัดรถออกไปสำรวจตามรายทาง และเร่งกวาดต้อนรวบรวมแรงงานต่างด้าวที่ถูกทิ้งไว้ตามรายทางในพื้นที่มาไว้ที่จุดรวบรวมแรงงานต่างด้าว เกรงจะนำเชื้อไปติดประชาชนที่อยู่ใกล้จุดที่แรงงานต่างด้าวถูกทิ้งไว้ ก่อนจะทำการซักประวัติและตรวจหาเชื้อโควิด-19 และทำการผลักดันกลับประเทศต่อไป







แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2









แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2













ทั้งนี้วันนี้ เป็นวันที่ 2 แล้วที่พบว่ายอดแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา เดินทางกลับประเทศมากกว่าปกติโดย จนท.ตม.กาบเชิงได้จัดรถยนต์กระบะ รถบรรทุก 6 ล้อและรถบัส ไว้คอยขนส่งแรงงานชาวกัมพูชาไปยังประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม เพื่อผลักดันกลับประเทศ ขณะที่ จนท.ตม.กาบเชิงและคนขับรถส่งแรงงานต่างด้าว ได้มีการสวมชุดป้องกันเชื้อโควิด 19 อย่างรัดกุม และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ พร้อมมีการใช้ผ้าแสลนล้อมจุดรวบรวมแรงงานไว้ และติดป้ายข้อความว่า"เขตอันตรายห้ามเข้า"และก่อนขึ้นรถได้นำแอลกอฮอล์มาฉีดพ่นฆ่าเชื้อแรงงานต่างด้าวก่อนขึ้นรถ รวมทั้งสัมภาระต่าง ๆ อีกด้วย  










แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ หลังปิดแคมป์ก่อสร้างวันที่ 2