"โฆษกเพื่อไทย" จวกล็อกดาวน์ลักหลับ มีแต่สั่งปิดไร้แผนรับมือ แนะ 5 มาตรการระยะสั้นปรับใช้ให้ทันสถานกาณ์ "เชื้อปูพรมแบบใหม่ในพื้นที่เสี่ยงใช้ชุดตรวจเชื้อที่บ้าน -การรักษาทางไกลออนไลน์-แยกตัวที่บ้าน" ซัดให้เปิดใจฟังความคิดเห็นคนอื่น อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เพราะประเทศจะพังไปมากกว่านี้

วันนี้ (27 มิ.น.) นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณีการออกประกาศห้ามเดินทางและปิดสถานที่หลายแห่ง ในเวลา 01.00 น. ของเช้าวันนี้และให้มีผลบังคับใช้ 28 มิ.ย. ว่า  เป็นการประกาศล็อกดาวน์ลักหลับที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศใหญ่เกินกว่าที่จะใช้คำสั่งกราดไม่เจาะจง ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน  เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตที่ตามมาจากการบริหารของ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค.ที่ไร้ประสิทธิภาพ  จึงเสนอมาตรการระยะสั้น เพื่อให้ ศบค.นำไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์การระบาด ดังนี้  
1. ศบค.ต้องหาวิธีการตรวจหาเชื้อปูพรมแบบใหม่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง กทม.ปริมณฑลและ4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการคัดแยกผู้ติดเชื้อ เช่น ชุดตรวจที่บ้าน (Self test) ส่งตรงถึงที่บ้าน เหมือนหลายประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ และสวีเดน 
2.เมื่อพบผู้ติดเชื้อ ควรพิจารณาใช้วิธีการแยกตัวที่บ้าน ( Home isolation) เพื่อแบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขในการรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่จำเป็นต้องพึ่งพาโรงพยาบาล ซึ่งในหลายประเทศใช้มาตรการนี้มาแล้ว เช่น อังกฤษ

โฆษกเพื่อไทยจวก "ล็อกดาวน์ลักหลับ" มีแต่สั่งปิด-ไร้แผนรับมือ


3.นำการดูแลรักษาทางไกลออนไลน์ (Telemedicine) มาใช้ในการให้คำปรึกษาผู้มีความเสี่ยงติดโควิด และผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง เพื่อให้การกักตัวอยู่บ้านได้ผล โดยประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น เครือโรงพยาบาลธนบุรี4.ระดมบุคลากรทางการแพทย์ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงระบาดตำ่ และเพิ่มเตียงสนามสำหรับการกักตัวในพื้นที่ชุมชนแออัด ก่อนเกิดการแพร่เชื้อในครัวเรือน
5.จัดสรรการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพในพื้นที่ระบาดและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ กทม.ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ อย่างรวดเร็วทันที
"การล็อกดาวน์มีต้นทุน ประชาชนเจ็บมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยจบ การประกาศมีเพียงคำสั่งห้ามที่ไร้ข้อเสนอ ไร้แผนปฏิบัติการ ไร้แผนงาน ไร้ทิศทาง ไม่เจาะจง ไม่ล็อกเป้า พลเอกประยุทธ์ควรเปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเพราะประเทศจะพังไปมากกว่านี้ " นางสาวอรุณี กล่าว