"ถวิล เปลี่ยนศรี" ค้านแก้ม.185 ชี้ เจอจริงเจ็บจริงมากับตัวเอง ลั่น ไม่ควรแก้มัดตราสังม.144 ระบุ ส.ว.ปิดสวิตช์ตัวเองได้ เสียงส.ว. ไม่ได้ชี้ขาดการเลือกนายกฯถ้า ส.ส.สนับสนุน

วันนี้ (24 มิ.ย.64) ที่รัฐสภา นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) อภิปรายว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม 13 ฉบับ แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายสูงสุดประเทศที่วางโครงสร้างการปกครอง ตามหลักการควรแก้ไขยาก และไม่ควรได้รับการแก้ไขอย่างพร่ำเพรื่อ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปอาจล้าสมัย ไม่เหมาะสมก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ส่วนครั้งที่แล้วที่เสนอแก้ไขไม่สำเร็จ มีการเสนอแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15 เพราะไปทำเรื่องที่ยากด้วยการขอตั้งส.ส.ร.ทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ถ้าเป็นกีฬาเรียกว่าเล่นท่ายากจึงไม่สำเร็จ เพราะเป็นไปไม่ได้ทั้งในหลักข้อกฎหมายตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และแก้ไปแล้วอาจทำให้เรื่องยุ่ง

ส่วนการเสนอแก้ไข 13 ฉบับถือว่าเยอะ แต่เป็นการเสนอแก้ไขรายมาตรา ถือว่าเข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องและเดินต่อไปได้ เป็นโอกาสที่ส.ว.ที่ถูกต่อว่าว่าเป็นจระเข้ขวางคลอง เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด ซึ่งคราวนี้เสนอมาเป็นรายมาตราจะตัดทอนหรือเพิ่มเติมสิ่งใด สิ่งนั้นจะกระทบต่อสิ่งที่พวกเราถูกกล่าวหาว่าเป็นอำนาจและผลประโยนชน์ของพวกเราสามารถทำได้เต็มที่ ตนมั่นใจส.ว.จะพิจารณาด้วยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา หากสิ่งใดชอบด้วยกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อประชาชนไม่ต้องกังวลว่าส.ว.จะไม่เห็นด้วย ทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมายและเหตุผลของแต่ละเรื่อง

ทั้งนี้ตนได้พิจารณาแล้วว่าร่างทั้ง 13 ฉบับถือว่าเป็นจำนวนมาก ต้องพิจารณาหัวใจของรัฐธรรมนูญและสาระสำคัญที่ไม่ควรแก้ไขผิดเพี้ยนไปจากหลักการ หรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ ก็จะจับแต่ละร่างมาขึงดูว่าฉบับใดไปตัดแก้หลักการสำคัญหรือเจตนารมณ์เหล่านั้นในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามีก็ไม่รับ ถ้าไม่มีก็รับ นี่เป็นหลักการง่ายๆ ทั้งนี้ตนมองว่าประเด็นมาตรา 144 ที่เสนอตัดบทลงโทษที่รุนแรงออกนั้น ตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพทางการเมืองหรือถึงขั้นติดคุก ทั้งนักการเมือง ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมรายการงบประมาณรายจ่ายของรัฐ ถือเป็นการทำลายหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญที่มุ่งปราบโกงและปราบการทุจริตคอรัปชัน จนทำให้ประเทศเราจมปลักอยู่กับการแก้ไขปัญหาคอรัปชันไม่ได้สักที เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศตลอดมา ปล่อยออกไปก็เหมือนแก้มัดตราสัง ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีคอรัปชันการอาละวาดหลอกลอนประชาชนอีกรอบ ส.ว.รับไม่ได้และรับไม่ไหว

และมาตรา 185 ที่แก้ไขยอมให้ส.ส. ส.ว.หรือรัฐมนตรีใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เห็นแล้วแสลงใจตนมาก เพราะตนเจอจริงและเจ็บจริงมาด้วยตัวเอง คงยอมให้ร่างที่มีเนื้อหาแบบนี้ผ่านไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่พนักงาน คนงาน ไม่ใช่ยาม รปภ. หรือคนรับใช้ส่วนตัวในบ้านหรือบริษัทที่นึกจะโอนย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ ปลดออกได้ตามอำเภอใจนั้นทำไม่ได้ ท่านอาจจคุ้นเคยในระบบของท่าน แต่ระบบราชการมีระบบคุณธรรมคุ้มครองอยู่ ดังนั้นอย่าไปยุ่งกับเขา ปล่อยให้เขาอยู่กับระบบแบบนั้นดีอยู่แล้ว

"ผมประสบมาด้วยตนเองที่มีการโอนย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เพื่อความสะใจ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์พรรค ประโยชน์พวกและญาติพี่น้อง เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดไม่น่ารื่นรมย์ แม้ผมจะต่อสู้ฟ้องร้องเรียกหาความเป็นธรรมและได้รับคืนมาในที่สุด แต่ก็เป็นไปอย่างโดดเดี่ยว ยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรค จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ผมจึงรับไม่ได้ในชั้นนี้จริงๆ ส่วนเรื่องการปิดสวิตช์ส.ว.ต้องพูดให้ชัด อย่ามาพูดเอามัน แม้ส.ว.จะอายุมาก ไฟน้อย แต่จะให้ใครมาปิดสวิตช์ง่ายๆโดยไม่มีเหตุผลจนถึงขั้นข่มขู่คุกคามหรือเหยียดยามนั้นยอมไม่ได้ แต่ถ้ามีเหตุผลมาพูดกัน ผมกระซิปเบาๆ ว่าเราปิดสวิตช์เราเองได้" นายถวิล กล่าว

ส่วนการโหวตเลือกนายกฯนั้นในหลักการเสียงของส.ว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาดเลือกนายกฯ ถ้าไม่มีเสียงสนับสนุนจากส.ส.ที่เพียงพอก็เป็นนายกฯไม่ได้ เมื่อตอนพล.อ.ประยุทธ์เข้ามา เพราะเสียงสนับสนุนส.ส. ไม่มีเสียงสนับสนุนจากส.วท่านก็เป็นนายกฯได้ ทำให้ส.ว.โดนด่าฟรี เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่รองนั่ง มีคนเอากระดูกมาแขวนคอ และการให้ส.ว.ออกเสียงเลือกนายกฯก็เป็นผลมาจากการออกเสียงประชามติของประชาชนที่เป็นฉันทามติจะมาเปลี่ยนดื้อๆไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องไปย้อนต้นทางให้ถูกต้อง และเรื่องนี้จะสิ้นสุดไปตามบทเฉพาะกาลที่เหลืออีก 2-3 ปี สวิตช์เราก็จะปิดลง ไม่ต้องให้ใครมาปิดก็ได้ การที่บ้านเมืองยุ่งวุ่นวายถามว่าที่ผ่านมาใครกันอาศัยประชาธิปไตยบังหน้า สมคบโกงกิน ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนบ้านเมืองแทบล่มจนเสียหาย ไม่ต้องบอกว่านโยบายอะไรก็คงทราบดี และลุแก่อำนาจใช้เสียงข้างมากผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมโดยไม่ฟังเสียงใคร จนประชาชนต้องออกมาเดินขบวนขับไล่เป็นล้านๆคน นักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีก็มี ตนชื่นชม แต่เรายังมีไม่มากพอที่จะไปต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดี