นางสาวพรรษชล เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่พักมาจอดที่ลานจอดรถ แล้วเสียบกับหมวกกันน็อคไว้กับแฮนด์รถคิดว่าเข้าไปทำงานครู่เดียวจะออกมาที่รถ ซึ่งปกติไม่มีของใครเคยหาย หรือถูกขโมยมาก่อน และของตนเพิ่งมาหายไปคนแรก จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็นภาพของคนร้าย ทำงานเป็นไรเดอร์ของ Grab food เห็นป้ายทะเบียนอย่างชัดเจน ซึ่งตนไม่เคยรู้จักกับคนร้ายมาก่อน ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาทำแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
หลังจากที่ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วได้เดินทางกลับไปที่ร้านได้โทรศัพท์มาแจ้งผู้สื่อข่าวว่า ได้มีคนนำกล่องกระดาษสีน้ำตาล ใบใหญ่มาวางไว้ที่หน้าร้าน และที่หน้ากล่อง มีกระดาษเขียนด้วยลายมือแปะ ไว้จำนวน 3 แผ่น แผ่นแรกเขียนคำว่า "อย่าเอาเรื่องผมเลยนะครับผมสำนึกแล้วจริงๆครับเ อาคืนไว้ที่เดิมนะครับ ขอโทษนะครับสำนึกแล้วครับ"
แผ่นที่ 2 เขียนว่า "ผมขอโทษจริงๆนะครับต่อไปนี้จะไม่ทำอะไรแบบนี้แล้วครับ หมดอนาคตไม่กล้าออกไปไหนเลยครับผมขอโทษที่เอาหมวกกันน็อคพี่ไปนะครับและแผ่นที่ 3 เขียนว่า "ผมต้องขอโทษอย่างสูงครับผมรู้สึกผิดมากๆรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำอะไรไม่คิด ผมกลัวมากๆเลยครับ"นอกจากนี้ยังมีซองกระดาษสีน้ำตาล เขียนด้วยลายมือแบบเดียวกันมีข้อความว่า "ให้อภัยผมด้วยนะครับสำนึกผิดแล้วครับ กลัวจะติดคุกมากๆครับ ให้อภัยผมด้วยนะครับ ขอร้องครับออกไปไหนไม่ได้เลยครับ หมดอนาคตขอโทษจริงครับ"เมื่อพนักงานของทางร้านได้เปิดภายดูกล่อง กระดาษ พบว่าเป็นหมวกกันน็อคของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายขโมยไปก่อนหน้านั้น