ญาติเศร้า หนุ่มวัย 22 ปี เสียชีวิตปริศนาในเรือนจำตรัง ระบุ อีก 40 วันจะออกจากคุก เผย คดีมีเงื่อนงำ เหตุเพื่อนชวนไปเอาของ ปรากฏเป็นปืนตราโล่ ก่อนจะมีตำรวจเข้ามาจับกุม แพทย์ยืนยันไม่ได้ว่าเสียชีวิตจากอะไร ต้องรอผลพิสูจน์อีก 3 สัปดาห์

วันนี้(20 มิ.ย. 64) ที่บ้านเลขที่ 63 ม.7 บ้านท่าโตป ต.หาดสำราญ .อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นายไชยยันต์ รัตนะ อายุ 34 ปี ชาว ต.หาดสำราญ จ.ตรัง ร้องเรียนกับสื่อมวลชน กรณีนายกฤษดา มลยง หรือหมอก อายุ 22 ปี หลานชาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน ได้เสียชีวิตปริศนาภายในเรือนจำจ.ตรัง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ญาติสุดปวดใจ หนุ่มดับปริศนาในเรือนจำตรัง ทั้งที่จะพักโทษในอีก 40 วันข้างหน้า กังขาการจับกุมของตร.

นายไชยยันต์ กล่าวว่า ตนมีเรื่องที่จะร้องเรียนขอความเป็นธรรม รวมทั้งคลางแคลงใจประเด็นการเสียชีวิตภายในเรือนจำ และประเด็นการถูกจับกุมอาวุธปืน การเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. โดยได้คำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่าหลานชายมีอาการ อ้วก ชักเกร็ง ก่อนหมดสติ ขณะนั่งอยู่ใต้อาคารสูทกรรม หลังจากกินข้าวเที่ยง เวลา 11.45 น. โดยแพทย์รพ.ตรัง ชี้แจงว่าได้เสียชีวิตมาจากเรือนจำแล้ว ส่วนผลการผ่าชันสูตรที่รพ.มอ.สงขลา ผลออกมาว่าไม่ได้ถูกทำร้าย โดยได้เก็บตัวอย่างอาหาร เลือด และเนื้อเยื่อบางส่วน ส่งไปตรวจที่ สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต้องรอผลอีก 2-3 อาทิตย์ แต่แพทย์ยืนยันไม่ได้ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร

นายไชยยันต์ กล่าวต่อ หลานเป็นคนแข็งแรง เป็นนักกีฬาฟุตบอลประจำหมู่บ้าน ไม่เคยมีโรคประจำตัว หรือประวัติการรักษาโรคร้าย โดยอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงเพราะเหตุการณ์ภายในเรือนจำ ทางญาติไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น และให้นำพยานคนที่เห็นเหตุการณ์มายืนยัน เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับญาติพี่น้องส่วนประเด็นที่น้องถูกจับกุม ตนเรียกร้องขอความเป็นธรรมมาตลอด โดยหลานถูกจับเมื่อปี 61 ในขณะที่หลาน อายุ 19 ปี หลานชายถูกเพื่อนชักชวนให้ไปซื้อนมผง โดยไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้ถูกเพื่อนอีกคนที่ถูกจับกุมอยู่ วานให้ไปเอาเหล็กที่เสาไฟฟ้า เมื่อขี่จยย. ไปถึงเพื่อนได้เอาของในถุงวางบนตักหลานชาย ก่อนจะมีตำรวจเข้ามาจับกุม เมื่อเปิดถุงดูก็พบว่าเป็นอาวุธปืน เอ็ม 16

ญาติสุดปวดใจ หนุ่มดับปริศนาในเรือนจำตรัง ทั้งที่จะพักโทษในอีก 40 วันข้างหน้า กังขาการจับกุมของตร.

นายไชยยันต์ กล่าวว่า ปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนตราโล่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตนมองแล้วว่าไม่เป็นธรรม และเชื่อแน่ว่าอาวุธดังกล่าวไม่ได้เป็นของหลาน จึงได้ไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องกลับเงียบหายไป กระทั่งหลานถูกตัดสินจำคุก 8 ปี 10 เดือน และศาลอุทธรณ์ได้ลดโทษเหลือ 1 ปี 11 เดือน โดยหลานชายจำคุกไปได้ 4 เดือน ทางเรือนจำเห็นว่าเข้าคุณสมบัติในการพักโทษ โดยใน 40 วันจะได้รับการปล่อยตัว และ 2 วันหลังจากที่ทำเรื่องพักโทษน้องกลับมาเสียชีวิตในเรือนจำ