รองโฆษกรบ. เผย สตช.ร่วม ดีอีเอส ลุยจับเว็บพนันออนไลน์ ระบุ นายกฯ สั่งคุมเข้มลักลอบเดินทางเข้า-ออกประเทศเพื่อเล่นการพนันตามแนวชายแดน พร้อมขอปชช.ร่วมแจ้งเบาะแส

วันนี้ (20 มิ.ย.64) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงการปฏิบัติตามข้อสั่งการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้เข้มงวดตรวจสอบ ป้องกันการลักลอบเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งช่วงนี้พบมากในลักษณะการชักชวนให้ทายผลการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ "ยูโร2020" โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาจับกุมได้แล้วหลายราย อาทิ เครือข่ายเว็บไซต์ SUNMCSPORTS UFA168SURE ไลน์แอด Betclick89 ล่าสุด จับกุมอีกสองคดี เป็นเครือข่ายเว็บไซต์พนันบอล UFABET พบเงินหมุนเวียนประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน ตรวจยึดทรัพย์สินเงินสดรวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท และเครือข่ายพนันออนไลน์จากฝั่งปอยเปต ที่มีลูกค้าทั่วเอเชีย มีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากเตือนประชาชนว่า หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพนันออนไลน์ ไม่ว่าจะจัดให้มีการพนันฯ เป็นผู้เล่น หรือเป็นผู้เชิญชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนัน เช่น เซเลปฯ ยูทูปเบอร์ ล้วนมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน มาตรา12 มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ นอกจากนี้ หากการกระทำความผิดเป็นไปในลักษณะชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ผู้ปกครองหรือผู้กระทำผิดอาจถูกดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในมาตรา 26(3) ประกอบมาตรา 78 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่ง การจัดให้มีการเล่นการพนันฯ ยังเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กวดขันจับกุมและทำการสืบสวนปราบปรามการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ ที่อาจตามมา รวมถึงเข้มงวดในการป้องกันและจับกุมบุคคลที่ลักลอบเดินทางเข้า-ออกประเทศเพื่อลักลอบเล่นการพนันตามแนวชายแดน พร้อมฝากขอบคุณประชาชนที่ช่วยให้เบาะแสการกระทำผิด ถือว่ามีส่วนร่วมช่วยหยุดวงจรการพนันออนไลน์ได้อย่างมาก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ เฟซบุ๊กเพจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสายด่วน 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลการแจ้งจะถูกปิดเป็นความลับ