คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ต่อการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด พบหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นาน 2 สัปดาห์ จำนวน 171 คน มากกว่า 70% มีภูมิในระดับยับยั้งเชื้อสูงกว่า 50%

ยังคงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เรื่องของการจัดสรรแผนกระจายวัคซีน ให้กับผู้ที่ถูกเลื่อน ในกลุ่ม หมอพร้อม และกลุ่ม ไทยร่วมใจ ล่าสุดทางกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 โดยยึดตามนโยบายของ ศบค. และข้อมูลทางวิชาการในการจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายเชิงประชากร โดยทางกรุงเทพมหานครได้รับการจัดสรรวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 35,000 ขวด หรือประมาณ 350,000-420,000 โดส (1 ขวดฉีดได้ 10- 12 โดส) เร่งนำไปฉีดให้แก่ผู้ที่ถูกเลื่อนนัดจากการลงทะเบียนผ่านระบบ "หมอพร้อม" 14-30 มิ.ย. และ บางส่วนของ "ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย"
ขณะที่เรื่องของการฉีดวัคซีน ซิโนแวค และ แอสตร้าเซนเนก้า หากเปรียบเทียบผลข้างเคียงต้องบอกเลยว่ามีอาการที่แตกต่างกัน ซึ่งพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้นจะมีผลข้างเคียงสูงกว่า เนื่องจากใช้เชื้อก่อโรคที่มีสารพันธุกรรมโควิดเข้าสู่ร่างกายแต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้รวดเร็วกว่าซิโนแวค เหมาะสำหรับพื้นที่ ที่กำลังมีการระบาด
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดผลการวิจัยในคนไทย หลังฉีดวัคซีนซิโนแวค ระบุว่า ศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (ฝ่ายสหรัฐ) ได้ทำการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ต่อการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส SARS-CoV-2 ในห้องทดลอง พบว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนซิโนแวค ที่ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ มีผลช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสที่ SARS-CoV-2 ได้

โดยร้อยละ 95 ของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 2 มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส จากการตรวจภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนของไวรัส (วิธี ELISA) จากจำนวนทั้งหมด 186 คน จึงมั่นใจได้ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้นกันสำหรับการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่มีชีวิต หลังการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นาน 2 สัปดาห์ จำนวน 171 คน พบว่ามากกว่าร้อยละ 70 มีภูมิในระดับที่ยับยั้งเชื้อได้สูงกว่า 50%

เปิดผลวิจัยหลังฉีดวัคซีน "ซิโนแวค" เข็ม 2 พบภูมิฯยับยั้งเชื้อสูงกว่า 50%