ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (2 พฤษภาคม 2567) เกี่ยวกับสถานการณ์ขุมนุมต่อต้านสงครามฉนวนกาซาที่กระจายในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และปฏิบัติการของตำรวจที่สลายการชุมนุมและจับกุมนักศึกษา โดยยืนยันว่า สิทธิการแสดงความเห็นอย่างเสรีและการชุมนุมอย่างสันติ และหลักนิติธรรม ต้องได้รับการรักษาไว้ทั้งคู่ แต่สหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศเผด็จการ ที่จะปิดปากประชาชนหรือปราบปรามผู้เห็นต่าง และไม่ใช่ประเทศไร้ขื่อแป จึงจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม
นอกจากนี้เขาตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยบอกว่า การประท้วงตามมหาวิทยาลัยในขณะนี้ไม่สามารถบีบให้เขาทบทวนนโยบายในตะวันออกกลาง และไม่เห็นด้วยว่า จะต้องใช้ทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติ ซึ่งเป็นกองกำลังสำรอง เข้าควบคุมสถานการณ์
การชุมนุมในมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านสงครามในฉนวนกาซาลุกลามไปเกือบ 140 แห่ง ในอย่างน้อย 45 รัฐ และมีการจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 2,000 คนในช่วงสองสัปดาห์ โดยตำรวจได้รับการร้องขอให้เข้าสลายการชุมนุมที่เริ่มมีเหตุรุนแรง หรือ การคุกคามนักศึกษาชาวยิว
และประธานาธิบดีไบเดน บอกด้วยว่า ไม่ควรมีที่ใดในสหรัฐฯ ที่มีกระแสต่อต้านชาวยิวหรือความรุนแรงต่อนักศึกษาชาวยิว รวมถึงไม่ควรมีการใช้คำพูดสร้างความเกลียดชัง หรือความรุนแรงที่ต่อต้านชาวยิว ตลอดจนกระแสเกลียดกลัวอิสลามหรือการเลือกปฏิบัติต่อชาอเมริกันอาหรับหรือชาวอเมริกันปาเลสไตน์