เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

"ไบเดน" เจอโจทย์หิน มีเสียงเตือนหวั่นซ้ำรอยประท้วงสงครามเวียดนาม

03 พ.ค. 2567 | jurairat

"ไบเดน" เจอโจทย์หิน มีเสียงเตือนหวั่นซ้ำรอยประท้วงสงครามเวียดนาม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตกที่นั่งลำบากว่าจะรักษาสมดุลอย่างไรระหว่างสนับสนุนสิทธิการชุมนุมและประณามกระแสต่อต้านชาวยิว ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ขณะที่เริ่มมีเสียงเปรียบเทียบการประท้วงในมหาวิทยาลัยเพื่อต่อต้านสงครามในฉนวนกาซากับการชุมนุมต่อต้านสงครามเวียดนาม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี  (2 พฤษภาคม 2567) เกี่ยวกับสถานการณ์ขุมนุมต่อต้านสงครามฉนวนกาซาที่กระจายในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และปฏิบัติการของตำรวจที่สลายการชุมนุมและจับกุมนักศึกษา โดยยืนยันว่า สิทธิการแสดงความเห็นอย่างเสรีและการชุมนุมอย่างสันติ และหลักนิติธรรม ต้องได้รับการรักษาไว้ทั้งคู่ แต่สหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศเผด็จการ ที่จะปิดปากประชาชนหรือปราบปรามผู้เห็นต่าง และไม่ใช่ประเทศไร้ขื่อแป จึงจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม

นอกจากนี้เขาตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยบอกว่า การประท้วงตามมหาวิทยาลัยในขณะนี้ไม่สามารถบีบให้เขาทบทวนนโยบายในตะวันออกกลาง และไม่เห็นด้วยว่า จะต้องใช้ทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติ ซึ่งเป็นกองกำลังสำรอง เข้าควบคุมสถานการณ์

การชุมนุมในมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านสงครามในฉนวนกาซาลุกลามไปเกือบ 140 แห่ง ในอย่างน้อย 45 รัฐ และมีการจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 2,000 คนในช่วงสองสัปดาห์ โดยตำรวจได้รับการร้องขอให้เข้าสลายการชุมนุมที่เริ่มมีเหตุรุนแรง หรือ การคุกคามนักศึกษาชาวยิว

และประธานาธิบดีไบเดน บอกด้วยว่า ไม่ควรมีที่ใดในสหรัฐฯ ที่มีกระแสต่อต้านชาวยิวหรือความรุนแรงต่อนักศึกษาชาวยิว  รวมถึงไม่ควรมีการใช้คำพูดสร้างความเกลียดชัง หรือความรุนแรงที่ต่อต้านชาวยิว ตลอดจนกระแสเกลียดกลัวอิสลามหรือการเลือกปฏิบัติต่อชาอเมริกันอาหรับหรือชาวอเมริกันปาเลสไตน์

"ไบเดน" เจอโจทย์หิน มีเสียงเตือนหวั่นซ้ำรอยประท้วงสงครามเวียดนาม

"ไบเดน" เจอโจทย์หิน มีเสียงเตือนหวั่นซ้ำรอยประท้วงสงครามเวียดนาม

ขณะที่เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเวอร์มอนต์ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นโดยเตือนว่า ไบเดนกำลังเผชิญการประท้วงต่อต้านสงครามเหมือนสมัยสงครามเวียดนาม โดยขณะนั้นประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสัน เผชิญการประท้วงของนักศึกษาที่ต่อต้านสงครามเวียดนาม ทำให้เขาตัดสินใจไม่ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยในปี 2511 หลังมีกระแสต่อต้านจุดยืนของเขาต่อสงคราม

วุฒิสมาชิกอิสระ บอกด้วยว่า เขากังวลอย่างมากว่า ไบเดนกำลังทำให้ตัวเองสูญเสียคะแนนนิยมทั้งจากคนวัยหนุ่มสาว และฐานเสียงผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต สืบเนื่องจากจุดยืนของเขาที่สนับสนุนอิสราเอลและสงครามในฉนวนกาซา และเขาหวังว่า ไบเดนจะหยุดให้เงินสนับสนุนแก่รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง บอกว่า  อย่างน้อยในเวลานี้การประท้วงของนักศึกษายังไม่ใหญ่และรุนแรงเท่าสมัยสงครามเวียดนาม โดยยังไม่มีเหตุระเบิดหลายครั้ง ซึ่งรวมถึง เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายในปี 2513 และทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงที่มหาวิทยาลัยเคนต์สเตดในรัฐโอไฮโอ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 รายในปี 2513

นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นไม่ใช่การต่อต้านสงครามที่สหรัฐฯ เปิดฉากขึ้น ยกเว้น ทหารอเมริกันหรืออาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ถูกใช้ในสงครามของอิสราเอล จึงแตกต่างกับความรู้สึกต่อต้านสงครามเวียดนามที่มีทหารอเมริกันถูกส่งไปรบ และคนอเมริกันอาจถูกเกณฑ์ทหาร 
 

"ไบเดน" เจอโจทย์หิน มีเสียงเตือนหวั่นซ้ำรอยประท้วงสงครามเวียดนาม

แต่ค่อนข้างแน่ชัดว่า การประท้วงและการจับกุมในขณะนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของไบเดนที่ตกต่ำลง ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนจะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 5 พฤศจิกายน

บรรดานักศึกษาและผู้สังเกตการณ์แสดงความผิดหวัง และวิจารณ์ถ้อยแถลงของไบเดน ที่ไม่พูดถึงนโยบายของมหาวิทยาลัยที่เรียกตำรวจเข้าไปสลายการชุมนุมที่ไม่มีความรุนแรง หรือ การใช้กำลังของตำรวจ หรือข่าวที่ผู้สนับสนุนอิสราเอลโจมตีผู้ชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) และเสี่ยงที่เขาจะสูญเสียคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาวทั้งหมด

ผลสำรวจของสถาบันวิจัยพิวที่เผยแพร่ในสัปดาห์ที่แล้วพบว่า คะแนนนิยมของไบเดนตกลงเหลือเพียง 28% เมื่อสำรวจในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และโพลล์ของซีเอ็นเอ็นเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาว 81% ไม่พอใจนโยบายของเขาต่อสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา

นักวิเคราะห์ บอกด้วยว่า โอกาสที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งยังไม่มากพอที่จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาวต้องหันไปลงคะแนนเสียงให้ไบเดน เพราะฉะนั้นทรัมป์จะได้หวนคืนตำแหน่งสมัยที่ 2 หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับไบเดนและทีมหาเสียงว่าจะเลือกเดินทางไหน หากยังคงเดินไปบนเส้นทางที่มีผู้คนคัดค้าน ไม่ยุติธรรม และนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก็อาจทำให้สูญเสียคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาว และอาจกระทบต่อผลการเลือกตั้งได้

ขณะที่ที่ปรึกษาระดับสูงของไบเดนบางคน โต้แย้งว่า ผู้ประท้วงหรือผู้สนับสนุนพวกเขามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัย Gen-Z ราว 41 ล้านคน และผลสำรวจของทีมหาเสียงไบเดน พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงวัยหนุ่มสาว จะเลือกประธานาธิบดีด้วยประเด็นอย่างเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่สงครามในกาซา

แต่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยควินนิพิแอคเมื่อเดือนที่แล้วพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัย 18-34 ปี เพียง 25% สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือแก่อิสราเอล และ 66% คัดค้าน 

และในเมื่อการประท้วงยังไม่มีแนวโน้มจะยุติลงได้ บวกกับพรรครีพับลิกันและสื่อหัวอนุรักษ์ฉวยโอกาสโจมีไบเดน ทำให้แกนนำอาวุโสในพรรคเดโมแครตบางคน เตือนว่า กลุ่มคนวัยหนุ่มสาวจะหันหลังให้ไบเดน และนักวิเคราะห์ มองด้วยว่า นโยบายเอาใจคน Gen-Z ของไบเดน อย่างเรื่อง กัญชา พักชำระหนี้แก่นักศึกษา และสิทธิการทำแท้ง อาจไม่สามารถรับประกันคะแนนเสียงได้มากพอ

ข่าวล่าสุด