17 มิถุนายน 2564 ร.ต.อ.สัตยา คำวงษา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาหว้า จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากพระครูวิธานธรรมโกวิท อายุ 65 ปี เจ้าคณะอำเภอนาหว้า/เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านอูนนา หมู่ 11 ต.นางัว ว่า มีคนร้ายงัดประตูอุโบสถเข้าไปลักเครื่องเสียง ราคาประมาณ 13,500 บาท ที่ใช้สำหรับขยายเสียงเวลาลงอุโบสถหายไป และสันนิษฐานว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ น่าจะเป็นบุคคลที่เคยเข้าไปขโมยสิ่งของภายในวัดแล้วหลายครั้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบพบบริเวณประตูไม้ด้านหลังโบสถ์มีร่องรอยถูกงัดด้วยของแข็งจนหลุดออกจากกัน ส่วนที่หน้าต่างก็ถูกเปิดทิ้งไว้คาดว่าคนร้ายใช้เป็นที่หลบหนี พบว่ามีเครื่องขยายเสียงหายไป เหลือแต่ไมค์ 2 ตัวที่วางไว้อยู่ด้านหลังอาสนะเจ้าอาวาส จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้ต้องสงสัยรายนี้ เจ้าอาวาส เผยว่า เป็นนายพงศธร นาโควงศ์ หรือดอม อายุ 19 ปี มีบ้านไม่ห่างจากวัดมากนัก ซึ่งเป็นคนไม่มีอาชีพและมีประวัติเข้ามาลักขโมยมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง และได้ให้ผู้นำหมู่บ้านไปเรียกตัวมาเค้นก็รับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่แอบเข้ามาขโมยเครื่องขยายเสียงจริง โดยเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดพระและญาติโยม จึงย่องไปใช้คีมงัดกุญแจที่คล้องประตูโบสถ์ที่อยู่หลังพระประธาน เพื่อขโมยเครื่องขยายเสียงแล้วยัดใส่ถุงปุ๋ยที่เตรียมมานำไปซ่อนในห้องเก็บของใต้ฐานพระประธาน ก่อนจะไปเปิดกลอนหน้าต่างหลบหนีไป เพื่อรอเวลามืดค่ำแล้วจะย้อนกลับมาเอาของที่ขโมยนำไปขายเพื่อซื้อยาบ้าเสพ หลังทราบความจริงก็ให้นายดอม พาไปเปิดตู้เก็บของก็พบว่าเครื่องขยายเสียงที่หายไปถูกซ่อนไว้จริงๆ แต่ได้ปล่อยตัวคนร้ายกลับบ้านไปก่อน เพื่อจะปรึกษาหารือกับผู้นำชุมชนว่าจะเอาอย่างไรก็คนร้ายรายนี้
พระครูวิธานธรรมโกวิท เล่าต่อว่า รุ่งเช้าของวันที่ 17 มิถุนายนก็เชิญผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานมาหารือเกี่ยวเหตุการณ์ดังกล่าว ทุกคนมีความเห็นว่านายดอมกระทำความผิดซ้ำซากแม้จะให้อภัยแล้วถึง 2 ครั้ง สมควรแจ้งความดำเนินคดีให้เกิดความหลาบจำ จึงเดินทางมาพบพนักงานเพื่อติดตามตัวนายดอมขี้ยารายนี้มาดำเนินคดี