ปิดโรงงานน้ำตาลกุมภวาปีกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น
09 มิ.ย. 2564 | jitima_chum

ประกาศปิดโรงงานน้ำตาลกุมภาปีส่งผลกระทบท้องถิ่นทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ชาวบ้านคุ้นเคยและอาศัยทำงานมานานหลายสิบปีต้องปรับตัว ทั้งคนตกงานและธุรกิจที่ผูกโยงกับโรงงาน
ข่าว
09 มิ.ย. 2564 | jitima_chum

ประกาศปิดโรงงานน้ำตาลกุมภาปีส่งผลกระทบท้องถิ่นทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ชาวบ้านคุ้นเคยและอาศัยทำงานมานานหลายสิบปีต้องปรับตัว ทั้งคนตกงานและธุรกิจที่ผูกโยงกับโรงงาน
9 มิถุนายน 2564 บริษัทน้ำตาลกุมภวาปี จก. อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ยังไม่ได้ออกมาแถลงข่าว หลังนายฮิเดยูกิ มุราคามิ ประธานบริษัทฯ เดินทางมาพบกับพนักงาน-ลูกจ้าง กว่า 280 คน แจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (7 มิ.ย.64) ให้ "ปิดโรงงาน" ทำให้พนักงาน-ลูกจ้างพ้นสภาพงาน 3 ก.ค.64 ระหว่างนี้โรงงานประกาศหยุดพักร้อน ทั้งนี้ผู้สมัครใจลาออก จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย , เงินช่วยเหลือพิเศษ และเงินช่วยเหลือจากการลาออก ส่วนชาวไร่อ้อยมีสัญญากับโรงงาน ให้ส่งอ้อยให้กับ รง.น้ำตาลเกษตรผล แต่ยังไม่ชัดเจนว่า รง.น้ำตาลกุมภวาปี จะปิดทั้งหมดหรือบางส่วน
สำหรับการประกาศปิดกิจการของ บ.น้ำตาลกุมภวาปี จก. เชื่อว่าได้มีการเตรียมการมาแล้ว เพราะพนักงาน-ลูกจ้างทั้ง 280 คน จะได้รับซองเอกสารส่วนตัว ระบุชื่อ-สกุลของแต่ละคน ภายในซองจะเป็นเอกสาร ประวัติการทำงาน-ค่าแรงงาน พร้อมการคิดคำนวณเงินชดเชย 3 ส่วน ตามโครงการมาราอิ ...จากกันด้วยดีสู่อนาคตใหม่ แยกเป็นเงินชดเชยตามกฎหมาย , เงินช่วยเหลือพิเศษ และเงินช่วยเหลือจากการลาออก ที่แบ่งตามอายุงาน ประกอบด้วย อายุงาน 120 วัน 1 ปี ได้ 90 วัน , 1-3 ปี ได้ 165 วัน , 3-5 ปี ได้ 270 วัน , 5-6 ปี ได้ 300 วัน , 6-10 ปี ได้ 375 วัน , 10-20 ปี ได้ 480 วัน และ 20 ปีขึ้นไป 610 วัน ซึ่งยังไม่มีพนักงาน-ลูกจ้างออกมาปฏิเสธแนวทางนี้
นายมนัส พลน้ำเที่ยง นายกเทศบาลตำบลกุมภวาปี เปิดเผยว่า รู้เรื่องปิดโรงงานน้ำตาลวานก่อน เมื่อรู้เรื่องก็ตกใจ ก็สั่งให้ตรวจสอบหาข้อมูล เพราะโรงงานน้ำตาลเป็นธุรกิจหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยโรงงานยังไม่ได้แจ้งทางเทศบาล และยังไม่มีการประสานที่จะเข้ามาพูดคุย เข้าใจว่าทางโรงงานก็จะปิดข่าว เพราะกลัวมีการชุมนุมของพนักงาน และก็ทราบข่าวพร้อมกันวันก่อน เท่าที่ได้ข้อมูลในส่วนการผลิต จะมีการส่งไปยังโรงน้ำตาลเกษตรผล เพราะมีการขยายโรงงานเพื่อรองรับการผลิตนานแล้ว แต่ทางเทศบาลฯไม่ทราบว่าจะถึงกับเป็นการปิดโรงงานไปเลย แต่อาจจะเหลือไลน์ของการบรรจุเอาไว้
การปิดโรงงานน้ำตาลในแง่เศรษฐกิจและสังคม จะมีผลกระทบในภาพรวมของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นคนตกงาน ซึ่งโรงงานน้ำตาลอยู่คู่กับชาวกุมภวาปีมานานมาก ในการปิดตัวลงครั้งนี้ถือว่าส่งผลกระทบเศษฐกิจโดยภาพรวม เพราะโรงงานน้ำตาลมีคนงานหลายร้อยคน ถึงเวลาพักเที่ยงจะมีคนงานออกมาซื้อหาใช้จ่ายจำนวนมาก และยังรวมไปถึงธุรกิจบางตัวที่มีการผูกโยง กับโรงงานน้ำตาลก็จะมีผลกระทบในภาพรวมด้วยเช่นกัน คงจะต้องปรึกษาหารือเพื่อหาทางออก ให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วมา เร็วจนทางเรายังไม่เตรียมตัว วันนี้เรียกพนักงานให้ข้อมูลแล้ว
นายกเทศบาลตำบลกุมภวาปี กล่าวว่า ผอ.กองคลัง ชี้แจงในส่วนรายได้จากโรงงานน้ำตาล เป็นภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างปีละ 1.5 ล้านบาท ปีนี้รัฐบาลมีการลดหย่อน 90 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเหลือ 1.5 แสนบาท เมื่อปิดกิจการไปแล้ว ยังต้องดูว่ายังคงดำเนินการในส่วนไหน อีกส่วนธุรกิจการค้าอื่น ๆ ที่กำลังซื้อเกิดจากโรงงานน้ำตาล สังเกตุจากเมื่อถึงฤดูเปิดหีบ ผู้คนจะออกมาจับจ่ายซื้อขายคึกคักตั้งแต่เช้า ชาวไร่มาเบิกเงินจากโรงงาน ก็จะเอาเงินสดๆมาจับจ่ายซื้อของ ถ้าไม่มีโรงงานบรรยากาศคงเปลี่ยน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่รัฐจัดเก็บให้ ก็คงจะลดลงตามไปด้วย
กลุ่มสังคมออนไลน์ในพื้นที่ "กุมภวาปีโพสต์" ได้นำภาพในอดีตมาเผนแพร่ ใช้ชื่อว่า "สิ้นตำนาน ปิดทำการ 2564....โรงงานน้ำตาลกุมภวาปี พ.ศ.2491 Kumphawapi Sugar Factory Udon Thani Province 73 years ago **** ภาพถ่ายเมื่อ กุมภาพันธ์ ปี 2491 ประมาณ 73 ปี มาแล้ว ขนอ้อยด้วยวัวเทียมเกวียน ถ่ายภาพโดย ดร. โรเบิร์ต ลาริมอร์ เพนเดิลตัน (Dr. Robert Larimore Pendleton)นักวิทยาศาสตร์ทางดินและการเกษตร University of Wisconsin-Milwaukee Libraries, ชาวอเมริกัน ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานในฐานะที่ปรึกษาของกรมเกษตรและการประมง กระทรวงเกษตราธิการ ประเทศไทย ในปี ค.ศ. 1935-1942 เอามาเผยแพร่ต่อโดย Wisuwat Buroot ***** Cr.esangate ประตูสู่อีสาน
ทำให้มีผู้แสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจกับพนักงาน-ลูกจ้าง แสดงความเป็นหวงเป็นใย ชาวไร่อ้อย หลายคนบอกเล่าถึงความทรงจำ ทำงาน-ฝึกงานในโรงงาน การดำเนินชีวิตมากับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล บางครอบครัวอพยพมาที่ อ.กุมภวาปี เริ่มจากอาชีพรับจ้างตัดอ้อย จนปัจจุบันครอบครัวมีชีวิตที่เปลี่ยนไป บางรายก็ตั้งคำถามว่าโทษใครดี รวมไปถึง "อุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาล" ที่อุดรธานีมีโรงงานน้ำตาลอยู่มากถึง 4 โรง มี 2 โรงเพิ่มกำลังผลิต ซึ่งสวนทางกับมีโรงที่ต้องปิดตัวเองลง