ลิลี คาปรานี หัวหน้าฝ่ายวัคซีนของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ กล่าวถึงกรณีประเทศร่ำรวยบางประเทศเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หลังจากฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่แล้ว โดยบอกว่า สิ่งสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดทั่วโลกในเวลานี้ คือ การทำให้กลุ่มเสี่ยงทั่วโลกทุกคนได้รับวัคซีน พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำหรือ จี7 เริ่มบริจาควัคซีนให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยเดี๋ยวนี้และต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี เพราะประเทศเหล่านี้ยังมีความต้องการวัคซีนอีกมากให้กับบุคลากรการแพทย์ และไม่มีศักยภาพเพียงพอกระจายและฉีดวัคซีนล็อตใหญ่ในครั้งเดียวได้
เธอเตือนด้วยว่า หากชาติร่ำรวยไม่รีบกระจายวัคซีนที่เหลือสำรองไว้ให้กับประเทศยากจนอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้วัคซีนที่ยังไม่ได้ใช้งานหลายล้านโดสหมดอายุไป ซึ่งเปรียบเหมือนโศกนาฏกรรมเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันบรรดาเซเลบชื่อดังของโลก อย่าง เดวิด เบคแฮม, แอนดี้ เมอร์เรย์, ยวนแมคเกรเกอร์, ออร์ลันโด บลูม และเคที เพอร์รี ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงกลุ่มจี7 ที่ประกอบด้วยสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น เพื่อเรียกร้องให้บริจาควัคซีน 20% ภายในเดือน ส.ค.
จดหมายยังระบุด้วยว่า ชาติจี7 มีวัคซีนมากพอที่จะบริจาค 20% ในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. โดยไม่กระทบต่อการฉีดวัคซีนในประเทศ และจะทำให้มีวัคซีนมากกว่า 150 ล้านโดสป้อนให้กับโครงการ "โคแวกซ์" ภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก ที่จัดหาวัคซีนให้กับชาติยากจนกว่า 90 ประเทศทั่วโลก