ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า โคโรนาไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B1617 หรือ สายพันธุ์อินเดีย กำลังคืบคลานเข้าครอบงำพื้นที่ในโลกมากขึ้น และอาจทำให้การระบาดเลวร้ายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ

คำเตือนนี้ มีขึ้่นหลังการประเมินล่าสุด และผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ไวรัสกลายพันธุ์ และด้วยการระบาดระดับนี้ ไม่ได้เป็นแค่เพียงรูปแบบใหม่ของเชื้อโรคเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาคมโลก แต่โชคร้าย ที่ประเทศส่วนใหญ่ยังล้าหลังในเรื่องการจัดฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน 
ดร.ฮานส์ คลุกก์ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นยุโรป เตือนว่า การระบาดจะยังไม่สิ้นสุดจนกว่า ประชากรโลกอย่างน้อย 70% จะได้รับวัคซีน แม้กระทั่งยุโรปที่จัดว่าดีกว่า ก็ยังช้าเกินไป การประเมินเมื่อวันเสาร์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป ระบุว่า 43% ของผู้ใหญ่ในสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรป ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยคนละ 1 โดส แต่ก็ยังต้องแข่งกับเวลา และจำเป็นต้องเร่งรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกัน 
ศาสตราจารย์เตียว ยิก หยิง คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ "ซอว์ ซวี่ ฮ็อก" ของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ให้ความเห็นว่า สิ่งที่น่ากลัวคือความเร็วของไวรัสที่สามารถแพร่กระจายอย่างกว้างขวางภายในชุมชน ที่มักจะเหนือศักยภาพของหน่วยงานติดตามผู้สัมผัสโรค ในการติดตามและแยกผู้สัมผัส เพื่อทำลายห่วงโซ่การติดต่อ 
การกลายพันธุ์ของ B1617 ถูกพบครั้งแรกที่อินเดีย เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 และกำลังระบาดในกว่า 50 ประเทศ แซงหน้าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ระบาดมาก่อนในอินเดีย เช่น B117 ทั้งยังติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจทำให้ขีดความสามารถของการป้องกันที่ได้รับจากวัคซีนลดลง ด้านดร.โซเมีย สวามีนาธัน นักวิทยาศาสตร์ระดับแถวหน้าขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า สายพันธุ์ B1617 ทำให้เกิดการระบาดมากกว่าสายพันธุ์ที่ปรากฏครั้งแรกในอู่ฮั่นเมื่อ 18 เดือนก่อนถึง 1.5 เท่า ถึงสองเท่า