"ซูเปอร์โพล" เผย ความต้องการวัคซีนของประชาชน เกือบร้อยละ 90 อยากให้คนไทยได้รับวัคซีนเข็มแรกถ้วนหน้าก่อน ส่วนเข็มสองค่อยว่ากัน พร้อมเร่งปลดล็อควัคซีนเสรี มั่นใจเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจ กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ รุมค้านใช้วัคซีนหาประโยชน์ทางการเมืองทุกระดับ

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยแพร่ผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง "วัคซีนเข็มแรก ความต้องการถ้วนหน้า" กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,051 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-30 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ซูเปอร์โพล จี้ รัฐปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ครบก่อน ค่อยต่อเข็ม 2  ค้านนักการเมืองนำไปหาประโยชน์



ผลสำรวจที่น่าสนใจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 87.9 ต้องการวัคซีนเข็มแรกให้คนไทยทุกคนได้รับก่อน ส่วนเข็มที่สองยอมรับได้ให้ยืดเวลาออกไป รองลงมาคือร้อยละ 86.8 ต้องการให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมคนที่ต้องการในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วนที่สุด และร้อยละ 83.7 ให้ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันถ้วนหน้า ตามจำนวนวัคซีนที่มีอยู่

กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 81.6 ยังต้องการให้รัฐบาลจัดอันดับกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และกระจายวัคซีนให้จังหวัดจัดการกันเอง ที่สำคัญคือร้อยละ 81.1 ไม่ต้องการให้นำวัคซีนไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองในทุกระดับ และร้อยละ 79.6 ต้องการให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ นำเข้าวัคซีนหลากหลายยี่ห้อโดยเร็วที่สุด

นอกจากนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 78.2 มั่นใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดว่า จะได้ใช้ชีวิตปกติ เช่น เดินทาง ทำงาน ทำธุรกิจ ช็อปปิ้ง จับจ่ายใช้สอย หลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกถ้วนหน้า ในขณะที่ร้อยละ 15.6 มั่นใจปานกลาง และร้อยละ 6.2 มั่นใจค่อนข้างน้อยถึงไม่มั่นใจเลย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 78.6 มั่นใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ว่าจะมีการเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังคนไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกถ้วนหน้า

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการที่รัฐบาลจะมุ่งกระจายให้ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรกถ้วนหน้าเร็วที่สุด อย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่ขบวนการปล่อยข่าวปลอม สร้างข่าวเท็จเรื่องคุณภาพของวัคซีน ไม่อาจทำลายความต้องการวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ และไม่ต้องการให้ทุกฝ่ายสร้างข้อมูลสับสน รวมถึงไม่ต้องการให้นำวัคซีนไปหาประโยชน์ทางการเมืองในทุกระดับเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องด้วย

ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำมากที่สุดในขณะนี้ คือ เปิดเผยข้อเท็จจริงถึงการบริหารจัดการวัคซีนภาพรวมอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อบริหารความคาดหวังและสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในช่วงวิกฤตของประเทศ