29 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และการเกิดโรคลัมปี สกินระบาด ในสัตว์เลี้ยงประเภทโค กระบือ รวมทั้งโรคเพิร์สในสุกร พบว่าต่างดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง และสิ่งที่ชาวบ้านเกิดความกังวลในช่วงนี้คือ มีนายทุนนำฝูงเป็ดไล่ทุ่งจำนวนกว่า 1 หมื่นตัว เข้ามาปักหลักหากินในพื้นที่ ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดโรคระบาด โดยมีเป็ดไล่ทุ่งเป็นพาหะนำโรค
ล่าสุดที่บริเวณทุ่งนาบ้านโคกคอน หมู่ 12 และบ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายสุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ และนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายอนุชา ศิริจันทร์ ปศุสัตว์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ นายประสิทธ์ จำเริญควร ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 และนายบุญมา ประทุมวัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง ร่วมตรวจสอบฝูงเป็ดไล่ทุ่ง
นายประสิทธ์ จำเริญควร ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะได้รับน้ำจากคลองชลประทานลำปาว ทำนาปีละ 2 ครั้ง จึงมีน้ำขังตลอดปี จึงทำให้มีหอยเชอรี่ที่เป็นศัตรูข้าวและเมล็ดข้าวปลอมปน ที่ผ่านมาชาวนาต้องหาซื้อสารเคมีมากำจัดหอย ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเกิดสารพิษตกค้าง พอมีเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาหากิน จึงเป็นผลดีที่ช่วยกำจัดหอยเชอรี่และเมล็ดข้าวปลอมปน แต่จากการเข้ามาของฝูงเป็ดไล่ทุ่งดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกหวาดผวา โดยกลัวว่าจะเกิดโรคระบาด เช่น โรคไข้หวัดนก หรือเหมือนโรคลัมปี สกินที่กำลังระบาดในโค และโรคเพิร์สในสุกร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทำการตรวจสอบดังกล่าว ทั้งใบอนุญาตและใบรับรองการตรวจโรค เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจ