ภาคีเครือข่ายชาวสมุทรสงคราม 6 กลุ่ม ยื่นหนังสือเรียกร้องผ่านผู้ว่าฯจังหวัดการเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วคือคำตอบของการควบคุมโรค ส่งผลกระทบเศรษฐกิจเสียหายระดับประเทศ

วันนี้(27 พ.ค64)นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และนายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม พร้อมหอการค้า/สภาอุตสาหกรรม/ร้านอาหาร/สถานศึกษาภาคเอกชนและภาคประชาชน ยื่นหนังสือต่อนายชรัส บุญณสะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เรื่อง เรียกร้องขอความเป็นธรรมในการจัดสรรวัคซีนด้านไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนชาวสมุทรสงคราม อย่างเป็นธรรมเนื่องจากกระทบต่อเศรษฐกิจที่สำคัญระดับประเทศ นั้นคือตลาดปลาที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญอันที่ 2 ของประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่น ๆ ร้านอาหาร สถานศึกษาภาคเอกชนรวมถึงประชาชนที่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำ ต้องออกไปทำงานยังโรงงานในต่างจังหวัดที่กำลังมีผลกระทบอยู่ในขณะนี้  จึงขอยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ให้จัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสงครามให้เข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง 

ชาวสมุทรสงครามร้องเพิ่มโควตาวัคซีน ชี้มีความเสี่ยงสูง-ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ




ด้านนายชรัส  บุญณสะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม  ได้ชี้แจงว่า ทางจังหวัดได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ขอรับการสนับสนุนการปรับแผนการจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามไปยังอธิบดีกรมควบคุมโรค และแจ้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแผนการจัดสรรวัคนป้องกันโรคโควิด-19 ให้จังหวัดต่างๆเมื่อเดือนเมษายน 2564 และต่อมาได้แจ้งแผนการจัดสรรใหม่ โดยจังหวัดสมุทรสงครามได้รับการจัดสรร เดิมเดือนมิถุนายน 2564 จัดสรร จำนวน 22,000 คน   แผนใหม่เหลือ 14,000 คน เดือนกรกฎาคม 2564 เดิม 22,000 คน คงเหลือ 7,000 คน  เดือนสิงหาคม 2564 แผนเดิม 22,000 คน แผนใหม่ 31,000 คน และกันยายน 2564 เดิม 22,000 คน แผนใหม่ 84,000 คน 
จังหวัดสมุทรสงครามโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงครามได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดสรรวัคซีนจังหวัดสมุทรสงครามไม่มีความเหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด  คือปัจจุบันพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) แต่ตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงสูงมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ไข่แดงที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่มีการแพร่ระบาดสูงทั้งพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) และพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดพื้นที่จังหวัดที่ล้อมรอบและที่อยู่ติดกับจังหวัดสมุทรสงครามยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงต่อเนื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์ใหญ่โรงงานแคลคอมพ์ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดสมุทรสงครามยังคงแพร่ระบาดรุนแรงอย่างต่อเนื่องและเริ่มแพร่กระจายข้ามเขตเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมและหมู่บ้าน/ชุมชนในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่มีความจำเป็นต้องได้รับการกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่  
ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามแม้เป็นจังหวัดเล็กแต่ก็เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและสามารถฟื้นตัวได้เร็วที่จะมีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว(เมืองรองที่ได้รับความนิยมสูง) สะดวกในการเดินทาง หากได้รับการจัดสรรวัคซีนได้ครบตามเป้าหมายภายในเดือนกรกฎาคม 2564 จะสามารถเปิดเมืองเพื่อรับการท่องเที่ยวได้ทันที ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวปีละกว่า 2 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้กว่าปีละ 3,000 ล้านบาท หากมีปรับระบบการบริการฉีตวัคซีนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นพร้อมจะรองรับการฉีดวัคซีนตามจำนวนเป้าหมายให้เสร็จได้ภายในเวลา 2 เดือน โดยให้บริการฉีดวัคซีนได้ถึง 5,300 ราย/วัน ทั้งนี้ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนหนังสือที่ทุกกลุ่มมายื่นในวันนี้จะดำเนินการให้อย่างรวดเร็วต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงวัคซีนอย่างเร็วที่สุด