รองผู้บัญชาการสถานีตำรวจภูธรภาค 9 แถลงข่าวคดีคนร้ายมัดมือมัดเท้าและใช้ผ้าขาวม้าผูกคอหนุ่มนิรนามก่อนนำมาโยนทิ้งลงทะเลน้อยบริเวณจุดชมควายน้ำ บนสะพานเฉลิมพระเกียรติ พร้อมนำผู้ต้องหาทำแผนชี้จุด เพื่อประกอบคำรับสารภาพ เป็นไปอย่างปลอดภัย

ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต. วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง จัดแถลงข่าวคดีคนร้ายมัดมือมัดเท้าและใช้ผ้าขาวม้าผูกคอก่อนโยนศพทิ้งลงทะเลน้อย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บริเวณจุดชมควายน้ำบนสะพานเฉลิมพระเกียรติ ม.2 คลองบ้านกลาง ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนกระทั่งมีชาวประมงมาทอดแหติดร่างของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบหาจนทราบว่าผู้ตายคือนายวรวิทย์ ช่วยมาก อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และสามารถตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาได้ทั้งหมดจำนวน 4 คน คือ ประกอบด้วย นายวีระเดช หรือกุ้ง ช่วยมาก อายุ 43 ปี ที่อยู่ 49 ม.9 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จว.พัทลุง น้าชายผู้ตาย นายสมคิด หรือโคม ช่วยมาก อายุ 54 ปี ที่อยู่ 18/1 ม.4 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จว.พัทลุง ลุงผู้ตาย นายสมเกียรติ หรือก้อย วระพันธ์ อายุ 44 ปี ที่อยู่ 23 ม.9 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จว.พัทลุง น้าเขย และนายวรากรณ์ หรือเอ็ม รอดเนียม อายุ 36 ปี ที่อยู่ 46/1 ม.9 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จว.พัทลุง ลูกพี่ลูกน้อง
พล.ต.ต.วรา เวชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยอมรับสารภาพตลอดข้อหา โดยเริ่มจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ตายกลับเข้าบ้านก็มีเรื่องทะเลาะกับยายพา ซึ่งเป็นญาติที่มีบ้านอยู่ติดกัน ทำให้นายวรากรร์ รอดเนียม มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตายออกไปห้ามจนเกิดชกต่อยกัน ส่วนนายสมคิด ช่วยมากซึ่งเป็นลุงผู้ตายไม่อยากยุ่งเกี่ยวจึงขับรถออกจากบ้านไป จากนั้นนายสมเกียรติ วรพันธ์ น้าเขยของผู้ตายและนายวีระเดช ช่วยมาก น้าชายของผู้ตาย เข้ามาช่วยมัดมือมัดเท้า และเอาผ้าขาวม้าผูกคอ จากนั้นโทรหานายสมคิด ฯให้มารับ ทั้งหมดช่วยกันนำร่างของผู้ตายขึ้นรถเก๋งเก๋ง นิสสัน อาเมร่า สีดำหมายเลขทะเบียน กท.1658 ขับออกไป โดยมีนายสมคิดฯเป็นคนขับ นำร่างของผู้ตาย ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต นั่งเบาะหลังคนขับ ส่วนนายวีระเดชฯนั่งคู่มากับผู้ตายในเบาะด้านหลัง ขับมุ่งหน้าไปทางถนนสายเลียบทะเลสาบสงขลาขึ้นสะพานเฉลิมพระเกียรติ ไปกลับรถห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จนมาจอดบริเวณจุดชมควายน้ำ เมื่อรถจอดนายสมคิดฯลงจากรถเพื่อลงไปดูสถานที่ที่จะทิ้งร่างผู้ตาย ในขณะนั้นนาย วีระเดช ฯรัดคอจนผู้ตายจนเสียชีวิต เพราะเกิดความรำคาญที่ผู้ตายส่งเสียงดัง ทั้ง 2 คนจึงช่วยกันหามร่างผู้ตายลงมาวางกับพื้น จากนั้นจึงช่วยกันหามร่างขึ้นโยนลงไปด้านล่าง และยืนมอองอยู่ประมาณ 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงขับรถกลับบ้านที่เขาชัยสน

ทางด้านนายวีระเดช ช่วยมาก เล่าว่าผู้ตายชอบอาละวาด ด่าทอทำร้ายพ่อแม่ และหลานๆ ในบ้านอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นอยู่นานหลายปีล่าสุดก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ด่าทอนางพาน้าสาวของตน ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ และหาเรื่อองทะเลาะกับหลานๆ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นมาตลอด จนพวกตนทนดูไม่ได้ มาอยากปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำๆ ตอนนำผู้ตายขึ้นรถก็ยังไม่มีจุดหมายที่จะเอาไปทิ้ง แต่เมื่อขับขึ้นสะพานจึงตัดสินใจโยนทิ้งลงในทะเลเพื่ออำพรางศพ
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ไปฝากขั้งที่ สภ.ทะเลน้อย เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ส่วนนายสมเกียรติ นายวรากรณ์ และนายวีระเดช ถูกแจ้งเพิ่มข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ในขณะที่นายสมคิด ผู้เป็นลุง เจ้าของรถ และนายวีระเดช ผู้เป็นน้าชาย ถูกแจ้งข้อหาซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ฐานนำศพไปทิ้งในทะเล