"แรมโบ้"งัดข้อมูลโต้ "หญิงหน่อย" หัวทิ่ม ชี้ พลเอกประยุทธ์ ลดงบประจำข้าราชการ แต่เพิ่มเงินจ่ายประจำตรงเข้าบัญชีของประชาชน 14 ล้านคน พัฒนาโครงการพื้นฐานมากที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ไม่มียุคไหนทำได้

วันนี้(25 พ.ค.) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีคุณหญิงสุดารัตน์โจมตี พลเอกประยุทธ์อยู่มา 7 ปี ใช้เงิน 20 ล้านล้าน กู้ 4.9 ล้านล้าน ไม่น่าเชื่อว่าคุณหญิงเคยเป็นรัฐมนตรีแล้วจะหยิบประเด็นขึ้นมาโจมตีแบบนี้ ราวกับไม่รู้เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การไปเอายอดวงเงินงบประมาณแผ่นดินแต่ละปีมารวมๆ กันแล้วโจมตี สะท้อนความรู้อย่างเดียว คือ รู้ว่าบวกเลขเป็น เพราะแค่เอาตัวเลขมารวมๆ ก็จบ แต่ไม่ได้มองดูเลยว่า ประเทศได้ทรัพย์สินอะไรเพิ่มมาบ้างในช่วงที่พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศ


ยิ่งกว่านั้น ตัวเลข 20 ล้านล้านบาทที่ว่านั่น ราวๆ 77% เป็นรายจ่ายประจำ ที่ไม่สามารถนำไปลงทุนทำอย่างอื่นได้ คือเป็นพวกเงินเดือนค่าจ้างของพี่น้องข้าราชการ หรือประมาณ 15.7 ล้านบาท ตามโครงสร้างงบประมาณที่รัฐบาลก่อนๆ ทิ้งไว้ให้ มาถึงปีนี้ พลเอกประยุทธ์ถึงพยายามลดสัดส่วนรายจ่ายประจำลงสำเร็จ จากเดิมสัดส่วนรายจ่ายประจำเคยสูงถึง 79.2% ในงบปี 56 (สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์) เหลือ 76.1% ในงบประมาณปี 65 ในขณะที่พยายามลดสัดส่วนรายจ่ายประจำในงบประมาณแผ่นดินลง แต่พลเอกประยุทธ์เพิ่มอะไรรู้ไหม เพิ่มรายจ่ายที่จ่ายตรงเข้ากระเป๋าประชาชน เช่น จ่ายตรงเข้าบัญชี 14 ล้านคน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัดหัวคิว ตัดวงจรทุจริต ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก้ปัญหา เพิ่มสิทธิ์ เพิ่มวงเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด-คนชรา-คนพิการ-เบี้ยตอบแทน อสม.ต่างๆ นานาเหล่านี้ เป็นต้น

คุณหญิงทราบหรือไม่ แม้จะมีข้อจำกัดมากมาย พลเอกประยุทธ์ก็ยังทำให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษรถไฟฟ้า 9 สาย ระยะทาง 327 กม. เปิดบริการแล้ว 3 สาย คือ สายสีน้ำเงิน สายสีเขียว สายสีทอง จ่อทยอยเสร็จและทยอยเปิดอีก คือ สายสีแดงสายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีส้ม, รถไฟทางคู่ 8 เส้นทาง ที่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้พัฒนาเลยแม้แต่นิดเดียว ล่าสุด เปิดใช้แล้วคือ ช่วงจิระ-ขอนแก่น 187 กม. ช่วงฉะเชิงเทรา-แก่งคอย 106 กม. รถไฟความเร็วสูงอีก 2 สายที่กำลังสร้าง คือ หนองคาย-กทม (ช่วง กทม - โคราช) และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ทั้งหมดนี้สมัยรัฐบาลสมัยก่อนมีแต่คำคุยในกระดาษ

สถานีกลางบางซื่อก็ถูกยกระดับการพัฒนาให้ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุดในอาเซียน เตรียมจะเปิดให้บริการในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ถนนมอเตอร์เวย์อีก 3 สายกำลังสร้าง คือ บางปะอิน-โคราช. บางใหญ่-กาญจนบุรี. และล่าสุด พัทยา- มาบตาพุต เสร็จแล้ว

สนามบินเบตง ก่อสร้างเสร็จ รอเปิดใช้ และสนามบิน ตจว. อีกมากมาย ได้รับการพัฒนา สร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ เช่น ขอนแก่น เมืองคอน ฯลฯเรือ Smart ferry เจ้าพระยา + เรือไฟฟ้าคลองผดุงฯ

แฟลตดินแดงก็สำเร็จจริงในยุคพลเอกประยุทธ์ ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร-บึงบางซื่อ ได้รับการดูแลให้มีความมั่นคง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากที่เคยถูกทอดทิ้งมาตลอด จับต้องได้ทั้งนั้น

ระบบชลประทาน อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา-ลำน้ำชี-รัชชโลทร-ลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง แก้มลิงบางบาล-บางไทร

โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พลเอกประยุทธ์ก็สนับสนุน เพิ่มงบรายหัวให้ทุกปี เพราะเห็นความสำคัญของชีวิตพี่น้องประชาชน พัฒนาต่อยอดขึ้นมา ก้าวไปไกลกว่ายุคคุณหญิงที่ชอบเคลมเป็นผลงานอยู่ตลอด ปีนี้เพิ่มเป็น 3,853 บาทต่อหัว (สมัยคุณหญิงเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข งบรายหัวแค่พันกว่าบาท) ที่สำคัญ ยุคนี้เพิ่ม 50 สิทธิ์ UCEP 1669 รักษาทันที ทุกที่ ทุกโรงพยาบาล ฟรี 72 ชั่วโมง ยกระดับ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุข) งบเพื่อการสาธารณสุขในงบประมาณปี 65 สูงกว่า งบทหารเกือบแสนล้านบาท

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่เพราะความรักความจริงใจต่อพี่น้องประชาชน ฝีมือการบริหารจัดการของพลเอกประยุทธ์ ที่มีทีมเศรษฐกิจ ทีมที่ปรึกษามืออาชีพ

ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่าคุณหญิงฯคิดแต่จะโจมตีทางการเมือง ไม่ดูเลยว่าที่พลเอกประยุทธ์ทำไปเกิดดอกออกผลเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และประชาชนอย่างไรบ้าง แล้วจำไม่ได้หรือ เงินก้อนแรกที่พลเอกประยุทธ์ใช้ คือ ให้ ธกส. จ่ายหนี้ค่าข้าวชาวนา 9 หมื่นล้าน เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เบี้ยวเงินค่าข้าวชาวนา บางคนไม่ได้เงิน 4 เดือน บางคนผูกคอตาย นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ยังตามใช้คืนหนี้จำนำข้าวไปแล้วกว่า 7 แสนล้าน ตอนนี้เหลืออีก 2.8 แสนล้าน พลเอกประยุทธ์นี่แหละที่ตามใช้หนี้ทุกๆ ปี อีก 10 กว่าปี ภาระที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยทิ้งไว้ นักการเมืองที่โกงจำนำข้าวอยู่ในคุก บางคนหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ จำไม่ได้แล้วหรือ

แล้วในงบปี 65 นี่แหละ ที่จัดสรรงบเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้มากที่สุดกว่ายุคไหนๆ ก็เพื่อลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว เพื่อให้การบริหารจัดการมีวินัยทางการเงินการคลัง ในภาวะบ้านเมืองแบบนี้ อยากขอร้องให้ลดอคติ ลดอัตตา ลดความอยากจะเป็นนายกฯ มาเริ่มต้นเป็นพลเมืองดี เพื่อช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ผ่านวิกฤติโควิดครั้งนี้ แล้วสร้างอนาคตร่วมกันกับพลเอกประยุทธ์และพี่น้องประชาชนคนไทย จะดีกว่า" นายเสกสกลกล่าว