ระนอง - จังหวัดระนองส่งมอบข้าวสาร 15 ตัน โครงการ "คลังเสบียงคลังอาหารหมู่บ้าน/ชุมชน" ให้นายอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันทุกตำบล ช่วยเหลือกลุ่มเปราะปรางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในพื้นที่

24 พฤษภาคม 2564 ที่โรงยิมเนเซี่ยมอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สนามกีฬาจังหวัดระนอง  นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม "คลังเสบียงคลังอาหารหมู่บ้าน/ชุมชน" ในพื้นที่จังหวัดระนอง             พร้อมส่งมอบข้าวสารจำนวน15,000กิโลกรัมจากผู้สนับสนุนให้แก่นายอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งและกำนันทุกตำบล เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ในระลอกที่3ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงพบผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ในขณะนี้ 

ระนองประเดิมมอบข้าวสาร 15 ตัน ช่วยกลุ่มเปราะบาง

โดยจังหวัดระนองเปิดรับบริจาค ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มและสิ่งของอุปโภคบริโภค จากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน โดยจะจัดสรรข้าวสารให้ตำบลละ 500 กิโลกรัมมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละตำบลนำไปบริหารจัดการช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหมู่บ้านและชุมชน
นายโชตินรินทร์ เกิดสม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ในบริบทของจังหวัดระนองจะมีพื้นที่ชายขอบและกลุ่มเปราะบางค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะหาเช้ากินค่ำ เช่น กลุ่มชาวเล เป็นต้น

ระนองประเดิมมอบข้าวสาร 15 ตัน ช่วยกลุ่มเปราะบาง

ประการต่อมาเราให้คลังอาหารเหล่านี้ไปอยู่ในหมู่บ้านชุมชน คือประเดิมไปให้เลย 500 กิโลกรัมต่อพื้นที่ เพื่อปิดช่องว่างกรณีคนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วก็ไม่รู้จะใช้ช่องทางไหนช่วย ท้องถิ่นก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ขาดคุณสมบัติในเรื่องเอกสารต่างๆเช่นเป็นคนไทย แต่มาจากพื้นที่อื่น ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นก็แจกไม่ได้ กรณีที่สามก็คือว่ากรณีปัจจุบันทันด่วนไม่สามารถเอาอะไรได้เราก็เอาข้าวสารไปให้เขาก่อน อย่าให้เขาต้องเดือดร้อน ไม่มีของกิน ไม่มีข้าวกิน อะไรทำนองนี้ โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้โครงการลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ซึ่งก็จะมีแผนงานในเรื่องของการจัดอาหาร จัดเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และแผนการส่งเสริมการปลูกพืชระยะสั้น พืชในครัวเรือน เลี้ยงสัตว์ เพื่อให้สามารถที่จะมีอาหารบริโภคในครัวเรือน ในชุมชน แล้วก็กิจกรรมถัดไปก็จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมให้มีการการขายสินค้าราคาถูก ราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้กับประชาชนเพื่อลดค่าครองชีพ